อดสากหยกนั่งอยู่ข้างอันหลิน กะพริบตามองฉางเอ๋อ
อันหลินเห็นอากัปกิริยาของกระต่ายยักษ์ตัวนี้ก็ดูจะงุนงงเช่นกัน จึงส่งกระแสจิตด้วยความสงสัย “เสี่ยวเยว่ คำพูดที่ผู้อาวุโสฉางเอ๋อพูด เจ้าฟังรู้เรื่องหรือไม่”
กระต่ายดวงจันทร์สะดุ้งทันที “เสี่ยวเยว่เป็นชื่อที่เจ้าทึ่มอันอย่างเจ้าเรียกได้หรือ ขนลุกขนชันไปหมด!”
อันหลิน “…”
หลังเอ็ดอันหลินแล้ว กระต่ายดวงจันทร์ก็พูดต่อว่า “นายหญิงจะพูดเช่นนี้ก็ต่อเมื่อโรคฮิปสเตอร์กำเริบ นางในสภาพแบบนี้ มีแค่ซูซูเท่านั้นที่สื่อสารได้ปกติ…”
โรคฮิปสเตอร์เหรอ อันหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ นัยน์ตาเป็นประกาย ราวกับทุกอย่างกระจ่างหมดแล้ว
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะไอคิวของตัวเองมีปัญหาจริงๆ มีความคิดอยากจะไปตรวจไอคิวสักหน่อย
แต่ตอนนี้แม้แต่กระต่ายดวงจันทร์ยังไม่รู้เรื่อง เท่ากับว่าเป็นปัญหาของฉางเอ๋อแล้ว!
คิดได้ดังนั้นอันหลินก็สบายใจ ฟังหญิงงามฮิปสเตอร์สองคนตรงหน้าพูดคุยกัน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจขึ้นมา
“ดอกไม้ร่วงสู่ร่องน้ำลึกไร้คนไถ่ถาม โลกโลกีย์เวียนกลับนับไม่ถ้วน อยู่ในวังเพียงลำพัง อากาศหนาวเหน็บ…”
“พี่ฉางเอ๋อ ข้าจะอยู่กับท่านเสมอ อีกอย่างเสี่ยวเยว่ก็อยู่ ข้าไม่ให้ท่านพูดเช่นนี้!”
“ได้มา สับสน สูญเสีย ทำอะไรไม่ถูก…”
“คิกคิก รอให้ข้าได้ตำแหน่งเซียนสวรรค์ ข้าจะมาขอตำแหน่งนายหญิงรองที่วังจันทรา เช่นนั้นก็จะได้อยู่กับท่านบ่อยๆ แล้ว”
…
อันหลินยิ่งฟังก็ยิ่งนับถือซูเฉี่ยนอวิ๋น