ซูเฉี่ยนอวิ๋นกำลังจะกลับบ้าน ไม่คิดว่าจะได้เจอบุรุษที่ขี่สุนัขมา
“สหายอันหลิน เจ้ามาได้อย่างไร”
นัยน์ตาสีน้ำเงินของซูเฉี่ยนอวิ๋นฉายความประหลาดใจ เอ่ยด้วยเสียงนุ่มละมุน
อันหลินขี่สุนัขร่อนลงมาหาซูเฉี่ยนอวิ๋น พูดยิ้มๆ ว่า “ข้ามาใช้หนี้น่ะสิ!”
“ใช้หนี้หรือ” ซูเฉี่ยนอวิ๋นกะพริบดวงตาที่สุกใสดุจผืนทะเลปริบๆ จู่ๆ ก็ตบเข่าฉาด นึกออกแล้ว “อ้อ! สหายอันหลินอยากจะจ่ายค่ายาเซียนขั้นสองเม็ดนั้นหรือ”
“อันที่จริงพี่ฉางเอ๋อก็ไม่ได้บอกให้เจ้าจ่ายค่ายาเซียนเม็ดนั้นนี่นา ต่อให้เจ้าจะชดใช้หนี้บุญคุณครั้งนี้ให้ได้ ก็ต้องเก็บเงินให้ได้พอสมควรแล้วค่อยคืนสิ เก็บเงินแค่ปีสองปี คืนทีละนิดมันยุ่งยากเกินไป ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก…”
อันหลินเกาหัว “แต่ข้าคิดว่าข้าเก็บได้พอสมควรแล้วนี่นา”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นยิ้มบางๆ อธิบายอย่างมีน้ำอดน้ำทนว่า “ไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิดนะ ยาเซียนชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่กี่แสนหินวิญญาณจะจัดการได้…ข้าไม่ได้พูดให้เจ้าตกใจนะ อย่างเม็ดยาสรรสร้างชีวิตแทบจะเทียบเท่ายาเซียนขั้นหนึ่งนั้น หากไม่มีร่วมสิบล้านหินวิญญาณก็อย่าไปเลย”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นรู้ว่าในปีสองปีนี้อันหลินมีรายได้ไม่น้อย คาดว่าคงจะมีสักหนึ่งล้านหินวิญญาณ สำหรับนักพรตทั่วไปแล้ว เงินก้อนนี้นับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ล้นฟ้า แต่เงินก้อนนี้กลับไม่เพียงพอจะชดใช้ยาเซียนเม็ดนั้น บุ่มบ่ามเอาเงินไปแบบนี้ จะทำให้ฉางเอ๋อไม่พอใจเอาได้
นางกังวลว่าหากอันหลินไ