สวีเสี่ยวหลานมองตากลมโตดุจโคมไฟของเจ้าอัปลักษณ์ จมูกที่ยุบลงไป ปากเบี้ยว รู้สึกเคืองตานิดหน่อย
นางคิดในใจ พลันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
แหวนมิติสว่างวาบ หน้ากากที่ทำจากหินครามปรากฏในมือของนาง
“หน้ากากนี่มีชื่อว่า หน้ากากนักรบคราม ฝีมือประณีตงดงาม ปกติมันจะดูดซึมพลังปราณฟ้าดินได้ด้วยตัวเอง เมื่อสวมแล้วสามารถปล่อยพลังปราณที่กักเก็บอยู่ภายในหน้ากากออกมาได้ในพริบตา ทำให้เจ้ามีพลังมหาศาลในเวลาอันสั้น เป็นอาวุธวิเศษขั้นสูง ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ มันค่อนข้างเท่…”
เจ้าอัปลักษณ์มองหน้ากากในมือสวีเสี่ยวหลาน ในที่สุดก็ทำหน้าประทับใจ รับหน้ากากมาด้วยสองมือที่สั่นเทา
ของขวัญชิ้นนี้ล้ำค่ามาก ขณะเดียวกันก็เหมาะสมกับมันมากเช่นกัน!
การแสดงความขอบคุณในครั้งนี้ของสวีเสี่ยวหลานเรียกได้ว่าจริงใจ มอบของที่ทุกคนใช้งานได้ ของที่ดีที่สุดที่ตนมีให้ พวกอันหลินจะไม่เข้าใจเจตนาของนางได้อย่างไร
แม้จะเป็นเช่นนี้ สวีเสี่ยวหลานก็ยังรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป
นางขมวดคิ้วงาม พึมพำกับตัวเองว่า “รู้สึกเหมือนลืมใครบางคนไป…”
อันหลินได้ยินคำพูดของสวีเสี่ยวหลานก็โพล่งขึ้นมาทันทีว่า “ต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์ของข้าก็ได้ของขวัญกันหมดแล้ว จะลืมใครได้อีก อย่าคิดมากเลย ไปกันเถอะ เราไปกินของอร่อยกัน!”
สวีเสี่ยวหลานนึกไม่ออก ทำได้แค่พยักหน้ายิ้มๆ ไม่คิดมากอีก ตามอันหลินเหาะไปยังเมืองหลวงของแคว้นเทียนเหอ
หอเซียนเจิน เมืองหลวงของแคว้