เหล่านักพรตหอเจ็ดสังหารตะลึงงัน ล้อกันเล่นหรือ ค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหอเจ็ดดาวถูกคนดีดนิ้วทลายอย่างนี้เลยหรือ
หลังอันหลินใช้อัสนีทลายค่ายกลเจ็ดสังหารแล้ว ก็พุ่งใส่สวีถงและสวีหย่งหนาน ชัดเจนว่าสองคนนี้ต่างหากที่เป็นเหยื่อที่อ้วนท้วน
ทั้งสามบุกมาอย่างทรงพลัง นักพรตหอเจ็ดดาวถึงได้พากันเตรียมตัวพร้อมรบประหนึ่งเพิ่งตื่นจากภวังค์
“เหอะ แค่นักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณกระจอกๆ กล้าสู้กับข้าด้วยหรือ!”
สวีถงคิดว่าตนถูกดูแคลน จึงกระทืบเท้า เขตอาคมหมอกสีดำเริ่มแผ่กระจายไปรอบทิศ พลังยิ่งใหญ่ระดับแปลงจิตขั้นต้นถูกปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
“ต๋าอี ต๋าเอ้อร์ แกะอ้วนสองตัวนี้ยกให้พวกเจ้าแล้วกัน!”
เพิ่งสิ้นเสียง ชั่ววินาทีที่แหวนมิติของนักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้นสว่างวาบ หุ่นสีเงินสองตัวปรากฏตัว กระโจนใส่สวีถงและสวีหย่งหนาน
“ไม่เจียมตัว!” ใบหน้าของสวีถงถมึงทึง เงื้อมือขึ้นฟาดหุ่นสีเงิน
ฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ก่อตัวจากเปลวไฟฟาดกันดั้มผ่านอากาศ ภายในฝ่ามือเปลวไฟมีหมอกดำที่ลุกลามไปทั่วปานใยแมงมุม แฝงด้วยพลังทมิฬ เมื่อถูกแผดเผา ต่อให้เป็นเหล็กกล้า ก็จะผุกร่อนละลายอย่างสิ้นเชิงภายใต้อุณหภูมิสูงและพิษร้ายได้เช่นกัน
กันดั้มตัวหนึ่งยื่นมือออกไปคว้าอากาศ ดาบเลเซอร์สีน้ำเงินพุ่งขึ้นฟ้า ทิ้งลำแสงเจิดจ้าเป็นทาง ฟันฝ่ามือเปลวเพลิงแตกออกอย่างง่ายดาย ซ้ำยังไม่หยุดยั้ง มุ่งหน้าฟันศีรษะของสวีถงต่อ
“อะไรกัน!” สวีถงใจกระตุก คาดไม