วุธอย่างกระบี่เป็นสองท่อน
ก้าวที่สี่…
ทุกครั้งที่อันหลินก้าว จะสังหารหนึ่งคน ทำเอาศิษย์เก่งฉกาจของหอเจ็ดสังหารอกสั่นขวัญแขวน
เจ้าอัปลักษณ์ทุ่มเทยิ่งกว่าเขาเสียอีก ระเบิดพลังกึ่งแปลงจิตออกมาอย่างสิ้นเชิง การเคลื่อนไหวของกระบองเงินประหนึ่งภูเขาลูกใหญ่บดขยี้ นักพรตเหล่านี้แทบจะสู้ไม่ได้เลยสักนิด ตายทันทีที่ปะทะกัน
ต้าไป๋ก็เพียรพยายามมากเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเลือกนักพรตกายแห่งมรรค หรือไม่ก็หล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้น เช่นนี้จะปิดฉากต่อสู้ได้ไวกว่า มีประสิทธิภาพกว่า
ทุกครั้งที่พวกเขาสังหารเสร็จจะทำเรื่องเดียวกันนั่นก็คือ เอาแหวนมิติของศัตรูไป
ใช่แล้ว ต่อให้เป็นการต่อสู้ที่โกลาหลและอันตรายปานนี้ เมื่อพวกเขาสังหารศัตรูเสร็จ สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การสู้กับศัตรูคนอื่นต่อ แต่เป็นการเก็บไอเทม…
สวีถงเห็นเจ้าอัปลักษณ์ยอมให้นักพรตทุบข้างหลัง แต่ไม่ยอมทิ้งแหวนมิติของนักพรตที่เพิ่งเอาชนะได้ แม้แต่อาวุธในมือก็จะเก็บเอาไปด้วย เกรงว่าจะถูกคนอื่นช่วงชิงเอาไป
ในตอนนั้นเขาเข้าใจแล้วว่า หอเจ็ดสังหารของตนตกอยู่ในสภาพแบบไหน…ในสายตาของพวกอันหลิน ฝ่ายตนไม่ถือเป็นศัตรูด้วยซ้ำ แต่เป็นคลังสมบัติเคลื่อนที่ชัดๆ!
“ถอยเร็ว!”
สวีถงตระหนักได้แล้วว่าตอนนี้ตำแหน่งผู้ล่ากับเหยื่อพลิกสลับแล้ว จึงรีบตัดสินใจล่าถอยทันที
นักพรตเจ็ดสังหารอยากหนีตั้งนานแล้ว แต่ไหนแต่ไรมามีแค่พวกเขาที่ฆ่าคนปล้นชิง ไม่คิดเลยว่าจะมีสามคนที่โหดร้ายกว่าพวก