มบ่ามไม่ได้”
“ได้…เช่นนั้นข้าจะอยู่กับเจ้าร้อยปีก่อน!”
ตงฟางหมิง “…”
เสียงเพลงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลชวนคล้อยตาม ประหนึ่งสายลมโชยลูบหน้า และเหมือนเสียงฮัมเพลงของคนรัก
กาลเวลาล่วงผ่าน ณ ทะเลริมภูเขาเจี๋ยสือ
ท่ามกลางทะเลดอกแดนลิไลออน เสิ่นอิงไล่ตามแดนดิโลออนที่ลอยล่อง พวกอันหลินได้เห็นแววตาที่อ่อนโยนของตงฟางหมิง
ชายหาดที่อาทิตย์ตกดิน เสิ่นอิงเยื้องย่างเท้าเปล่า เท้าขาวผ่องดุจหนอนไหมจมหายไปในผืนทรายสีทอง ฮัมบทเพลงน่าฟัง ตงฟางหมิงเก็บเปลือกหอยที่งดงามอย่างยิ่งมามอบให้เสิ่นอิง ฉวยจังหวะคว้ามือนางไว้ พวกอันหลินสัมผัสได้ถึงความอุ่นของมือตงฟางหมิง เห็นความรักที่วนเวียนในดวงตาของตงฟางหมิง
“เสี่ยวหมิง ข้าตั้งใจว่าจะหลอมอาวุธที่แฝงพลังมังกรและหงส์ชิ้นหนึ่ง เก็บไว้ให้ลูกของเราใช้!”
“เรายังไม่ใช่คู่ชีวิตกันเลย…ก็คิดแล้วหรือว่าจะให้ลูกของเราใช้อาวุธอะไร”
“โธ่ สักวันก็ต้องเป็นจริง สัญญาร้อยปีตอนนี้ผ่านมาครึ่งทางแล้ว…”
ทั้งคู่เดินทางค้นหาวัตถุดิบหลอมศาสตราไปทั่วแดนจิ่วโจว
เพื่อหลอมศาสตราชิ้นนี้ให้สมบูรณ์แบบ ทั้งคู่ถึงขั้นสังเวยพลังสายเลือดของตนเพื่อผสานกับอาวุธ
วันที่กระบี่วิหคมังกรสำเร็จ มังกรและพญาหงส์บรรจบกันกลางอากาศ เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทันที
“เสี่ยวหมิง ยามกอดกระบี่เล่มนี้ เหมือนกำลังอุ้มลูกของเราอย่างไรอย่างนั้น เพราะมันมีพลังสายเลือดของเราสองคน”
“แล้วเราจะมีลูกกันหรือไม่”
“นี่! ในที