างไม่ลดละ
กระบี่พิชิตมารไม่ขยับเขยื้อน ไม่มีการตอบสนอง
อันหลิน “…”
เอาเถอะ เขายอมแล้ว
นี่เป็นกระบี่เย็นชาหนึ่งเล่ม เจ้านายขี้เล่นไม่เหมาะจะคุยกับมัน
ทุกคนพักผ่อนระยะหนึ่งแล้วมุ่งหน้าสู่ตำหนักสุดท้าย
ตำหนักสวรรค์ สถานที่ที่ลึกลับที่สุดและน่ากลัวที่สุดของสุสานมังกรเหมันต์!
นักพรตสองกลุ่มแรกที่เข้าสุสานมังกร ไม่ได้ออกมาตลอดการหลังเข้าไปในตำหนักสวรรค์
อันหลินจ้องตำหนักที่ส่องประกายสีขาว ในใจระส่ำระสาย
ราวกับแสงสว่างกำลังบอกเล่าความงดงามของโลกใบนี้กับเขา มันเป็นมนต์เสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้ หากจ้องนาน จะเกิดความปรารถนาอยากจะเข้าไปสำรวจตำหนักทันทีทันใดขึ้นในใจ
ตำหนักสวรรค์ใหญ่มาก ใหญ่กว่าตำหนักทั่วไปนับสิบเท่า เมื่อทอดมองจากท้องฟ้า ก้อนหินที่แบกตำหนักสวรรค์ก็เหมือนหัวมังกรที่สมจริง เผยความน่าเกรงขามที่สูงส่งรำไร
“กฎเดิม ให้ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์นำ หากศัตรูแข็งแกร่งเกินไป พวกเราก็หนีเลย” อันหลินพูดกับทุกคน
ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ผลักประตูเข้าไป พวกอันหลินตามหลังด้วยความตึงเครียด
“เอ๊ะ ทำไมไม่มีใครเลย” อันหลินมองภาพตรงหน้าอึ้งๆ
การตกแต่งภายในตำหนักไม่ถึงกับหรูหรา พูดได้เพียงว่าวิจิตรเรียบง่าย แผ่กลิ่นไม้หอมบางๆ ไม่มีความอหังการทะนงตน
ตำแหน่งตรงกลางเป็นเสาแสงสีขาวเทียมฟ้า นั่นคงจะเป็นแหล่งที่มาของรัศมีแห่งตำหนักสวรรค์
มองจากภายนอก รัศมีนี้เย้ายวนใจยิ่งนัก แต่มองจากข้างใน มันกลับให้ความรู้สึกสุขสงบ
ทุก