่อตัวขึ้นข้างหลัง กำลังจะใช้พลังปราณอนธการทุ่มสุดชีวิต แต่ชั่วพริบตา ร่างสีขาวก็ปรากฏกายตรงหน้าเขาแล้วตบเข้าที่หน้าอก
รวดเร็วเหลือเกิน ไม่อาจหลบฝ่ามือนี้ได้เลย
หน้าอกของอันหลินถูกฝ่ามือสะเทือนจนยุบลงไป ทุกอวัยวะภายในพลิกคว่ำแตกละเอียด กระอักเลือดออกมา
“อันหลิน!” เสียงคุ้นเคยแผดร้อง
สวีเสี่ยวหลานถือกระบี่วิหคมังกร ฟันหญิงชุดขาวคนนั้นโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น
เมื่อวิหคมังกรปรากฏ เสียงหงส์คำรนมังกรคำรามดังขึ้นทันที แสงกระบี่สีแดงเจือน้ำเงินลอยออกไปสิบจั้ง พุ่งใส่หญิงชุดขาวด้วยอานุภาพราชันอันสูงส่ง
“วิหคมังกร…” หญิงชุดขาวหน้าถอดสี นัยน์ตาสุกใสฉายความสับสน
ตูม! เปลวไฟและสายฟ้าระเบิด แผดเผาพสุธาในรัศมีสิบจั้งจนราบคาบ ตำหนักทั้งหลังพังถล่มไปส่วนหนึ่งเพราะเหตุนี้
สวีเสี่ยวหลานหันหลังพุ่งไปหาอันหลินโดยที่ไม่มองผลลัพธ์ อยากพาเขาหนีจากที่นี่
แต่จู่ๆ มิติเบื้องหน้าก็ปริแตก หญิงชุดขาวก้าวออกมาจากมิติที่แตกร้าว จ้องสวีเสี่ยวหลานด้วยแววตาพิจารณา
“เจ้าชื่ออะไร” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงที่เสนาะหู
สวีเสี่ยวหลานกัดริมฝีปาก หายใจหอบมองหญิงตรงหน้า ใบหน้าฉายความสิ้นหวัง ความสามารถแตกต่างกันเหลือเกิน การเผชิญกับความสามารถนี้ แม้แต่การหนียังดูสูญเปล่า…
นางครุ่นคิด สุดท้ายก็เลิกขัดขืน ตอบตามความจริงว่า “ข้าชื่อสวีเสี่ยวหลาน”
หญิงชุดขาวได้ยินก็ขบคิดครู่หนึ่ง จากนั้นเผยรอยยิ้มงดงาม
“สวัสดี ข้าชื่อเสิ่นอิง”