าบว่าสหายท่านนี้ชื่ออะไร” ชายวัยกลางคนพูดอย่างตื่นเต้น
ก่อนหน้านั้นเขาไม่อยากเอ่ยชื่อ เพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกชื่อกับคนกลุ่มนี้ อย่างไรเสียผลสุดท้ายก็ล้มเหลวจากไป ไยต้องเสียเวลาพูดด้วยเล่า
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า กระบี่วิหคมังกรจะยอมรับเจ้าของแล้วจริงๆ!
มันเปิดโลกทัศน์ของเขาอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้หญิงตรงหน้าเขาสงสัยเช่นกัน
“อ้อ ข้าชื่อสวีเสี่ยวหลาน” สวีเสี่ยวหลานพยักหน้า
อันหลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของชายวัยกลางคน จากนั้นก็ถามด้วยความเจ็บใจว่า “ผู้อาวุโสหลงอ้าวเทียน ท่านยังมีของดีอื่นๆ อีกหรือไม่”
หลงอ้าวกำลังจะคุยกับสวีเสี่ยวหลานต่อ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอันหลินก็ส่ายหน้าทันที “สหายท่านนี้ ข้าชื่อหลงอ้าว ไม่ใช่หลงอ้าวเทียน…”
เขาขบคิดเล็กน้อยแล้วตาเป็นประกาย พูดต่อว่า “แต่ชื่อหลงอ้าวเทียนฟังแล้วไม่เลวเหมือนกัน อืม…ต่อจากนี้ข้าชื่อหลงอ้าวเทียนก็แล้วกัน!”
อันหลินพยักหน้าด้วยท่าทางเป็นเชิงบอกว่าควรจะเป็นเช่นนี้แหละ จากนั้นก็ซักถามว่า “ผู้อาวุโสหลงอ้าวเทียน ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่า ที่นี่ยังมีของดีอย่างอื่นอีกหรือไม่…”
หลงอ้าวเทียนส่ายหน้ายิ้มๆ “กระบี่วิหคมังกรเล่มนี้เป็นสิ่งของหนึ่งเดียวของตำหนักพสุธาแล้ว มันเคยเป็นกระบี่คู่กายของเสิ่นอิง ตอนแรกข้าคิดว่าจนถึงวันที่ข้าตาย จะไม่ได้เห็นมันยอมรับเจ้านายใหม่ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นภาพที่ข้าใฝ่หาแม้แต่ในฝัน…”
นัยน์ตาของเข