ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ก้าวเข้าไปในตำหนักพสุธาก่อน จ้องเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ไม่มีท่าทีอื่น
ชายวัยกลางคนผมเงิน มีเขามังกรบนศีรษะคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ภายในตำหนัก
เขาสวมชุดมังกรสีม่วง นัยน์ตาเรียบนิ่งมองทุกคนที่เดินเข้ามาในตำหนักอย่างประเมินเจือความสงสัย
“ยินดีต้อนรับผู้มีวาสนาทุกคนเข้าสู่ตำหนักพสุธา” เสียงไพเราะเจือความอ่อนโยนดังออกมาจากปากของชายวัยกลางคน ให้ความรู้สึกปลอบประโลมใจคน
อันหลินเห็นชายวัยกลางคนใบหน้าธรรมดา แต่กลับสุภาพอ่อนโยนอย่างยิ่ง กลับไม่กล้าผ่อนคลาย ใครจะรู้ว่าท่าทางที่เจรจาง่ายๆ เช่นนี้จะเสแสร้งหรือเปล่า
“ผู้อาวุโสท่านนี้ ในตำหนักของท่านมีของดีอะไรให้พวกเราบ้างไหม โฮ่ง!” ต้าไป๋ได้รับการสืบทอดจากอันหลินโดยตรง บัดนี้จึงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
ชายวัยกลางคนหลุดขำออกมา ไม่คิดว่าผู้มีวาสนาในครั้งนี้ แม้แต่สุนัขก็จะน่าสนใจมากปานนี้
เขาพูดอย่างมีเลศนัยว่า “ตลอดทางมานี้ พวกเจ้าชิงของดีในสุสานมังกรเหมันต์ไปแทบหมดแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือ”
ดูพูดเข้าสิ ทุกคนกระดากอายขึ้นมาทันที
“แต่ว่านะ…ข้าก็มีของดีชิ้นหนึ่งจริงๆ นั่นแหละ” ชายวัยกลางคนเปลี่ยนประเด็น จ้องทุกคนอย่างมีเลศนัย “ทว่าของชิ้นนี้ไม่ได้อาศัยวรยุทธ์ ถ้าอยากได้มัน พวกเจ้าจำต้องได้หัวใจของมัน…”
อันหลินตาลุกวาว “ไม่ต้องต่อสู้หรือ งั้นก็สุดยอดไปเลย! ยุคนี้ส่งเสริมให้บำเพ็ญเซียนกันอย่างมีอารยธรรม ใช้อาวุธใช้กำลังล้วนไม่เป็นมิต