หลินกับสวีเสี่ยวหลานจึงไปจากตำหนักแห่งชะตาด้วยประการละฉะนี้
ตอนแรกอันหลินอยากจะทำนายดวงชะตาด้านอื่นด้วย กลับถูกมิ่งเหล่าปฏิเสธ บอกว่าแต่ละคนทำนายได้แค่ข้อเดียว สั่งให้เขารีบไป เขาก็จนปัญญา ทำได้เพียงออกจากที่นั่นด้วยความเสียดาย
“เสี่ยวหลาน เจ้าว่าตาแก่พยากรณ์แม่นหรือไม่” อันหลินถามอย่างสบายใจเฉิบ
“อา” สวีเสี่ยวหลานก้มหน้า ใบหน้าขาวผ่องเป็นยองใยแดงเรื่อ ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “น่าจะเชื่อได้กระมัง ตำหนักที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ คงจะไม่ใช้มาหลอกเงินหรอก เช่นนั้นจะไร้ศีลธรรมเกินไป”
อันหลินพยักหน้า ชัดเจนว่าเห็นด้วยอย่างมาก “คู่ของข้าจะมาภายในหนึ่งร้อยปี อันที่จริงระยะเวลานี้ข้าก็พอใจมากทีเดียว ไม่ช้าและไม่เร็วเกินไป”
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้าเห็นด้วย “หนึ่งร้อยปีเพียงพอจะพิสูจน์คนคนหนึ่งแล้ว และเพียงพอจะหาคนที่จะจับมือร่วมทางไปด้วยกันแล้ว”
“อันหลิน คู่อุดมคติในใจเจ้าเป็นอย่างไรหรือ” นางเงยหน้ามองอันหลิน นัยน์ตาหยาดเยิ้ม ดึงดูดใจยิ่งนัก
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานสบตากัน ใจเต้นราวกับขี่รถไฟเหาะ เขารีบหลบสายตาทันที
ไม่ได้ ต้องนิ่งไว้! ถ้าตอนนี้บุ่มบ่ามไป เราจะเสียแม่นางหลานไปได้
“เอ่อ…ข้ายังเด็ก ยังไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้” อันหลินตอบส่งๆ ไป
“ใช่แล้ว เป็นเด็กเป็นเล็ก คิดเรื่องไกลปานนั้นไปทำไม วัยในตอนนี้ ควรจะไปเที่ยวซ่องคณิกากับเจ้าสำราญต้าไป๋ โฮ่ง!” ต้าไป๋พูดแทรกอย่างฉะฉาน
สวีเสี่ยวหลาน “อันหลิน