เฝ้าสุสานคนนี้จะไม่ค่อยเป็นมิตร
“ถ้าต้องการมรดกของเสิ่นอิง ก็ไสหัวไปที่ตำหนักแห่งสวรรค์ อย่ามากวนข้าที่นี่!” เสียงหยาบคายดังขึ้นโดยพลัน ทำให้มิติสั่นระริกขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
อันหลินเพ่งมอง ตรงหน้าเป็นบุรุษผมแดงที่ไม่สวมเสื้อ เผยกล้ามเนื้อสีแทนกำยำ
ชายคนนี้ถูกเปลวไฟสีแดงฉานปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า แลดูอหังการน่าเกรงขามเป็นที่สุด
อันหลินใจดีสู้เสือถามว่า “เช่นนั้นผู้อาวุโส ที่นี่มีอะไร”
“เหอะ…” ชายผมแดงจ้องอันหลินด้วยความเย็นชา “ข้ามีประคำปราณอัคคี อยู่ตรงนี้ของข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามีปัญญาเอาไปหรือไม่”
ชายหนุ่มตบปุๆ ตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง มุมปากยกขึ้นเป็นแกมท้าทาย
อันหลินเข้าใจแล้ว ตอนนี้ดันเจี้ยนกลายเป็นวิธีฆ่ามอนสเตอร์ชิงสมบัติไปแล้ว
เขากับสวีเสี่ยวหลานต่างก็ลังเล ชายคนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับแปลงจิตแล้ว อีกอย่างหากมองจากพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขา อย่างน้อยๆ ก็อยู่ในระดับแปลงจิตขั้นกลาง ถึงขั้นว่าบรรลุขั้นปลายแล้ว
เกิดสู้ขึ้นมาจริง สงครามนี้ต้องอันตรายสุดแสนเป็นแน่
จู่ๆ แถบภารกิจพิเศษในระบบก็กะพริบขึ้นมาดังติ้ง
อันหลินตั้งสมาธิแล้วเปิดระบบในสมองทันที
‘ตรวจสอบพบว่าโฮสต์เจอกับประคำปราณอัคคี จึงกำหนดภารกิจดังนี้’
‘ดูดซึมพลังอัคคีทั้งหมดภายในประคำปราณอัคคี’
‘หากภารกิจสำเร็จ ได้รับวรยุทธ์ธาตุไฟ ปีกแห่งอัคนีขั้นหนึ่ง’
‘หากภารกิจล้มเหลว อัมพาตหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ใช้พลังปราณไ