ม่ได้’
‘ระยะเวลา หนึ่งชั่วยาม’
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นภารกิจนี้
นิสัยที่อันตรายอยู่แห่งใด ก็ให้เขาไปตรงนั้นของระบบคงจะแก้ไม่ได้แล้ว
ฉะนั้นแล้ว ตอนนี้เขามีตัวเลือกแค่สองทางคือ
เลือกสู้สักตั้งตามแบบชายชาตรี ไม่ก็เลือกเป็นอัมพาตหนึ่งเดือนอย่างคนขี้ขลาด
อืม…หากว่าสู้ อาจจะมีผลลัพธ์ที่น่ากลัว นั่นก็คือ ตนอาจถูกชายผมแดงคนนี้ฆ่าตายก็ได้
“จะสู้หรือไม่สู้กันแน่ ไม่สู้ก็ไสหัวไป!” ชายผมแดงเหมือนจะเริ่มเหลืออดแล้ว แม้แต่เปลวไฟบนร่างกายก็ลุกโชนขึ้นมาด้วยเช่นกัน
“สู้!” อันหลินแข็งใจลุกขึ้นมา “สวีเสี่ยวหลาน เจ้าไม่ต้อง คนนี้ยกให้ข้า และประคำปราณอัคคีก็เป็นของข้า”
สวีเสี่ยวหลานไม่แยแสประคำปราณอัคคีอะไรนั่นหรอก สำนักวิหคชาดของนางไม่ขาดวัตถุธาตุไฟประเภทนี้หรอก
แต่ทว่า นางค่อนข้างเป็นห่วงอันหลิน “ไม่ต้องให้ข้าช่วยจริงหรือ”
อันหลินส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่ต้องจริงๆ”
เขากำกระบี่พิชิตมารแล้วก้าวไปข้างหน้า พลังทั่วร่างปะทุออกมาอย่างไม่สงวน
“เอ๊ะ แม้จะอ่อนแอมาก แต่ก็ทำตัวเหมือนชายชาตรีเหมือนกันนี่นา…” ชายผมแดงแสยะยิ้ม ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาเช่นกัน เปลวไฟสีแดงเองก็ลุกโหมหวีดหวิว
พลังของชายคนนี้น่าพรั่นพรึงอย่างยิ่ง บรรลุระดับแปลงจิตขั้นปลายแล้ว
พลังอันยิ่งใหญ่โจมตีอันหลินทันใด ทำให้กล้ามเนื้อของเขากระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“ต๋าอี ต๋าเอ้อร์ พวกเจ้าทำหน้าที่โจมตี!”
“ต้าไป๋ เจ้าอัปลักษณ์ ทำหน้าที