ตรายที่ตนพบเจอ อาจเป็นอันตรายที่อันหลินต้องเจอด้วยเช่นกัน มันไม่ต่างกันมาก จึงพยักหน้า “ก็ได้ ท่านทำนายเถอะ!”
“จ่ายเงินก่อน เรื่องนี้สามหมื่นหินวิญญาณ” มิ่งเหล่าแบมือ
อันหลิน “…”
นี่เป็นนักพยากรณ์ที่ไม่มีสง่าราศีมากที่สุดที่เขาเคยเจอ
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก หยิบหินปราณสามก้อนออกจากแหวนมิติแล้วยื่นให้ชายชรา
มิ่งเหล่าใช้ด้ายสีขาวเชื่อมต่อกับข้อมือของสวีเสี่ยวหลานแล้วหลับตาลง กระดองเต่ากับเหรียญอักขระบนโต๊ะเริ่มเคลื่อนไหว
ครู่หนึ่งเขาก็มองสวีเสี่ยวหลานอย่างตกตะลึง เอ่ยถามว่า “เจ้ากับตำหนักแห่งสวรรค์มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนัก สายใยที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เป็นเหมือนกำแพงที่ไม่อาจทำลายได้ ขัดขวางการมองเห็นของข้า เจ้า…เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้ามังกรเสิ่นอิง”
สวีเสี่ยวหลานกะพริบตาปริบๆ “ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องนี่นา จะว่าไปข้าจะมีอันตรายอะไรในตำหนักแห่งสวรรค์กันแน่”
มิ่งเหล่าส่ายหน้าช้าๆ “ไม่อาจทราบได้…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
อันหลิน “…”
“ข้าขอเงินคืนได้ไหม” สวีเสี่ยวหลานถามด้วยสีหน้าไม่บอกอารมณ์
อันหลินก็มองชายชรานิ่งๆ เช่นกัน เจ้านี่ต้องหลอกแน่ๆ
ให้ตายสิ ทำนายไม่ได้สักอย่างยังมีหน้าเก็บเงินอีกเหรอ เป็นโจรสินะ!
มิ่งเหล่าถูกทั้งสองจ้องจนเก้อเขิน รีบชี้แจงเป็นพัลวันว่า “ข้าต้องใช้พลังมหาศาลในการดูดวงชะตา หินวิญญาณเหล่านี้ใช้เพิ่มพลังให้ข้า ฉะนั้นจึงคืนไม่ได้ หากคืนครั้งหน้าข้าก็ดูดวงไม่ได้แล้วน่ะสิ…”
มิ่งเหล่