ากมายก่ายกอง
สวีเสี่ยวหลานถูกหวานล้อมจนยอมรับมรดกแห่งน้ำค้าง น้ำแข็งย้อยหยกลงกลางฝ่ามือ
แม้นางจะไม่ค่อยเชื่อคำพูดตงหานมากนัก แต่ก็ยึดหลักไม่รับก็เสียดาย ฝืนรับมรดกก้อนนี้…
“สหายสวีเสี่ยวหลาน ขอยันต์ส่งสารหน่อยสิ” ตงหนานพูดด้วยสายตาที่ร้อนรุ่ม
“ไม่เอา วันหน้าหากมีวาสนาต่อกันย่อมพบกันอีก!” สวีเสี่ยวหลานปฏิเสธเด็ดขาดฉับไว
“อา…ข้าชอบผู้หญิงนิสัยร้อนแรงดุจเพลิงอย่างเจ้านี่แหละ!” ตงหนานกุมหน้าอก คิดว่าหัวใจจะละลายอีกแล้ว “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะ พบกันครั้งหน้า ข้าจะทำให้เจ้ารักข้าให้ได้!”
หลังตงหนานพูดประโยคนี้ด้วยความไร้ยางอายแล้วก็เหาะออกจากตำหนักแห่งเหมันต์ไปอย่างอ้อยอิ่ง
จนถึงตอนนี้ ตงหนานยังไม่คุยกับอันหลิน เจ้าอัปลักษณ์และต้าไป๋เลยสักคำ
พวกเขาถูกมองเป็นอากาศธาตุ…
“ฮ่าๆ ๆ เหมือนว่ามรดกแห่งน้ำค้างนี่จะมีประโยชน์จริงๆ ด้วย หากสู้ท่ามกลางผืนหิมะ เปลวไฟของตัวเองจะไม่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิต่ำ…” สวีเสี่ยวหลานแสดงอาการปลาบปลื้มใจ
นางคว้ามืออันหลินแล้วเดินไปที่ตำหนักอีกหลัง เรื่องแบบนี้ไม่เลวเลย!
อันหลินนวดคลึงใบหน้าของตัวเอง สุดท้ายก็อดบ่นไม่ได้ว่า “สวีหลาน สุสานมังกรเหมันต์นี่เป็นของครอบครัวเจ้าหรือ”
“ฮะ” สวีเสี่ยวหลานมองอันหลิน จากนั้นก็เข้าใจความหมายของอันหลิน โบกมือแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “คงเพราะข้ามีวาสนากับสุสานมังกรแห่งนี้กระมัง…”
อันหลินพยักหน้าจริงจัง “วาสนา มหัศจรรย์เหนือบรรยาย!”
ทั้ง