คู่มาถึงตำหนักหลังที่ห้า ตำหนักนี้ชื่อว่า ‘สังวัจฉระ’
“หนึ่งปีมีสี่ฤดู หรือตำหนักนี้จะเกี่ยวข้องกับตำหนักก่อนหน้านี้” สวีเสี่ยวหลานมองตำหนักตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากลอง
“คงจะกระมัง หรือไม่ก็ความรู้ด้านวรรณกรรมของเจ้าของสุสานมังกรมีปัญหา ถึงได้ตั้งชื่อแบบนี้” อันหลินเองก็ไม่แน่ใจ อย่างไรเสียต้องเข้าไปดูถึงจะรู้
ผลักประตูเข้าไป
สิ่งที่ทั้งคู่เห็นคือชายวัยกลางคนที่สง่างามดุจสัตบุรุษ เมื่อเขาเห็นทั้งสองคน ก็เป็นฝ่ายทักทาย “ยินดีต้องรับสหายทั้งสองมาถึงสังวัจฉระ ขณะเดียวกันก็ยินดีกับพวกเจ้าที่ได้รับมรดกวสันต์ คิมหันต์ สารทและเหมันต์ ข้าชื่อเหนียนจวิน”
รู้ว่าพวกเขาได้รับมรดกของทั้งสี่ตำหนัก คนคนนี้อาจเป็นบอสใหญ่จริงๆ ก็ได้
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานเห็นดังนั้นก็เริ่มแนะนำตัวเอง จากนั้นมองชายตรงหน้าอย่างสงบเสงี่ยม
พวกเขาพอจะคาดเดาเอกลักษณ์ของสุสานมังกรแห่งนี้ได้แล้ว
แต่ละตำหนักจะมีผู้เฝ้าสุสานหนึ่งคน ผู้เฝ้าสุสานจะเลือกผู้สืบทอดมรดกด้วยตัวเอง ขอเพียงพลังชีวิตสุดท้ายของเสิ่นอิงไม่ปฏิเสธคนคนนั้น เช่นนั้นการสืบทอดมรดกจะสำเร็จ ผู้เฝ้าสุสานก็จะได้รับอิสระเช่นกัน
วิธีออกโจทย์ของคนพวกนี้พิลึกกึกกือ จะยกมรดกให้หรือไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ จุดนี้วิเคราะห์จากความพิลึกของผู้เฝ้าสุสานสี่คนก่อนหน้านี้ได้
เหนียนจวินดูท่าทางเป็นบุรุษที่ค่อนข้างสุขุมเยือกเย็น และค่อนข้างมีมาดของบอส
เมื่อเขาได้ฟังทุกคนแนะนำ