รับการยอมรับจากเจ้า” สวีเสี่ยวหลานเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง
“ถามได้ดี!” ชุนหนานสะบัดแขนเสื้อแล้วพูดต่อว่า “อันดับแรก พลังปรุงยาของพวกเจ้าต้องถึงระดับรวมปราณก่อน!”
อันหลิน “ระดับรวมปราณคืออะไร”
สวีเสี่ยวหลาน “ตอนเรียนไม่ตั้งใจอีกแล้วละสิ ระดับการปรุงยาแบ่งออกเป็นระดับไฟวัฏฏะ ระดับสมฤทัย ระดับรวมปราณ ระดับจิตนิรมิต และระดับอันติมะทั้งหมดห้าระดับ แต่ข้าเองก็เพิ่งอยู่ในระดับสมฤทัย…”
อันหลิน “ข้าได้แค่ปั้นยา ไม่ถึงระดับไฟวัฏฏะด้วยซ้ำ เราสู้กับเขาสักตั้งดีกว่า”
สวีเสี่ยวหลานเหลือบมองเขา “เจ้าโง่หรือไง ไม่ได้สืบทอดจะต่อสู้ทำไม หนีสิ!”
อันหลินตบเข่าฉาด “จริงด้วย”
ทั้งคู่เริ่มกลับหลังหัน
“อย่าไป!” ชุนหนานตะโกนลั่นแล้วยื่นมือ เถาวัลย์ยืดออกไปผนึกประตูไว้
“คิดเสียว่า…ข้าไม่ได้พูดประโยคเมื่อครู่!”
ชุนหนานนัยน์ตาแดงก่ำ
“ฮะ” อันหลินอึ้ง มองชุนหนานอย่างประหลาดใจ
“อันที่จริง ขอเพียงพวกเจ้าปรุงยาได้ ก็รับมรดกของข้าได้แล้ว” ชุนหนานพูดเสียงหนักแน่น
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
“เอ่อ หมือนว่าข้าจะปรุงยาวิเศษต่ำกว่าขั้นแปดได้” สวีเสี่ยวหลานยิ้มอย่างเก้อเขิน
ชุนหนานพยักหน้า ชี้สวีเสี่ยวหลานแล้วพูดเสียงเข้มว่า “ดี ยินดีกับผู้มีวาสนาท่านนี้! เจ้าผ่านการทดสอบ รับมรดกการปรุงยาแห่งตำหนักแห่งวสันต์ได้!”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”