พู่ห้อยหยกสีครามลอยกลับมาในมืออันหลิน แผ่ไอเย็นจางๆ
“ข้าเชื่อมพันธะกับดวงใจแห่งสมุทรได้สำเร็จ ตอนนี้เป็นของข้าแล้วนะ” อันหลินถามยิ้มๆ
เหยียนเมิ่งปิดปาก ยังตกอยู่ในภวังค์ พึมพำว่า “เป็นไปได้อย่างไร…”
เฮยมู่ หลิวหั่วและหวงสือยังคงอยู่ในความตะลึง พูดไม่ออก
ใช่แล้ว มันน่าตะลึงเกินไปแล้ว! โดยเฉพาะคนที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอย่างพวกเขา รู้ดีแก่ใจว่าไม่มีเหตุการณ์ที่วัตถุบรรพกาลยอมรับเจ้าของมาร่วมร้อยปีแล้ว
บัดนี้กลับมีโบราณวัตถุยอมรับเจ้าของแล้วจริงๆ จะให้พวกเขาทำอย่างไร…
สวีเสี่ยวหลานกลับทำหน้าเรียบเฉย อยู่กับอันหลินมานาน เรื่องเหนือธรรมชาติใดบ้างที่ไม่เคยพบเจอ จึงมีหัวใจที่แข็งแกร่งตั้งนานแล้ว
“ยอมรับแล้ว ยอมรับแล้วจริงๆ…” เหล่าจงเดินไปหาอันหลินอย่างสั่นเทา มองพู่ห้อยหยกที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต นัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอย่างที่เห็นได้น้อยครั้ง “รักษามันให้ดี…”
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำแน่นอน” อันหลินพยักหน้า เก็บพู่ห้อยหยกใส่แหวนมิติ
“ทำสำเร็จจริงๆ ด้วย ทำได้อย่างไร” เหยียนเมิ่งจ้องอันหลิน ใบหน้ายังเจือความตะลึง
อันหลินหัวเราะ “ทำมั่วๆ น่ะ เชื่อมพันธะสัญญากับวัตถุบรรพกาลเหมือนสัตว์เลี้ยงก็สิ้นเรื่อง”
“เจ้า…” เหยียนเมิ่งโมโหจนแน่นหน้าอก หน้าอกใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บัดนี้อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
อันหลินไม่สนใจนางอีก จ่ายหนึ่งหินปราณให้เหล่าจงแล้วไปเลือกต่อ
“เหอะ เจ้ายังจะเอาอีกหรือ แค่