” ต้าไป๋ยืนยันความบริสุทธ์ของตัวเอง
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก นางไม่มีทางเชื่อคำพูดเหลวไหลของอันหลินกับต้าไป๋ แต่ก็ไม่ได้ลงไป เลือกจะร่วมเดินทางไปกับมัน
ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงขี่สุนัขเดินท่องตลาดอย่างเอื่อยเฉื่อย
ตอนแรกมือของสวีเสี่ยวหลานจับขนของต้าไป๋ ภายหลังรู้สึกว่าไม่เหมาะสม จึงเลื่อนมือไปจับชายเสื้อของอันหลินแทน
อันหลินพูดอย่างกระฉับกระเฉงว่า “เมื่อก่อนข้าชอบอ่านนิยายกำลังภายใน ใฝ่ฝันอยากเป็นจอมยุทธ์ที่ได้ท่องยุทธจักรกับยอดฝีมือ และฝันว่าสักวันตัวเองจะได้ทำเรื่องแบบนี้บ้าง”
“ตอนนี้ความฝันของข้านับว่าเป็นจริงแล้ว…แม้จะขี่สุนัข คลาสต่ำไปหน่อย แต่ยอดฝีมือกลายเป็นเซียนหญิง คลาสก็กลับมาอีกครั้ง!”
ต้าไป๋ไม่พอใจขึ้นมาทันที ตวาดเสียงเกรี้ยวว่า “โฮ่ง! เกินไปแล้ว เพื่อแทะโลมผู้หญิง ไม่เอาพี่น้องแล้วหรือ”
สวีเสี่ยวหลานไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มบางๆ ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มเชิดขึ้น หลับตาพริ้ม ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับแสงแดดอันอบอุ่น และความรู้สึกที่ผ่อนคลายสบายแบบนี้
มือน้อยๆ ที่ทึ้งชายเสื้อของอันหลิน ไม่รู้ว่าแน่นกว่าเดิมตั้งแต่เมื่อใด
สุนัขที่น่าเกรงขามเจือความน่ารัก ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ขี่อยู่ด้านบน กลายเป็นทัศนียภาพที่มีความเฉพาะตัวบนถนนอันคึกคักสายนี้
สำหรับอันหลินกับสวีเสี่ยวหลานที่ขี่สุนัขร่วมเดินทางแล้ว เมืองหลวงที่งดงามและรุ่งเรืองแห่งนี้ ก็เป็นทิวทัศน์ที่ควรค่าให้ระลึกถึงเช่นกัน ไม่เลือนหายไปตา