็นเพราะ…นางเป็นคนแรกในโลกนี้ที่เรียกข้าว่า ‘ผู้อาวุโส’ กระมัง…”
หลิวซู่ซู่มองร่างที่ขี่สุนัขจากไปไกล กระทั่งหายไปลับจากสายตา ยังคงเหม่อมองอยู่อย่างนั้น
…
การทดสอบประจำปีสิ้นสุดลงแล้ว อันหลินมีระยะเวลาพักฟื้นสิบวันแล้วกลับไปรายงานตัวที่สรวงสวรรค์ จากนั้นจะเป็นปิดเทอมหนึ่งเดือน เรียกได้ว่าเวลาแห่งอิสรภาพยืนยาวมากทีเดียว
เมืองหลวงของแคว้นเทียนเหอ ที่นี่รุ่งเรืองอย่างยิ่ง
อันหลินขี่สุนัข เดินเล่นกับสวีเสี่ยวหลานอย่างสบายใจเฉิบ
ขี่สุนัขเดินเล่นเป็นความเคยชินของอันหลิน แต่เมื่อเห็นสวีเสี่ยวหลานที่เดินทางมาด้วยกัน เขากลับรู้สึกลำบากใจ ตนมีสัตว์พาหนะให้ขี่ แต่นางกลับเดินเท้า…
“เสี่ยวหลาน เจ้าขึ้นมานั่งด้วยกันไหม” อันหลินตบหลังต้าไป๋ปุๆ แล้วเสนอความเห็น
“เอ๊ะ ได้จริงหรือ” ดวงตาสุกใสของสวีเสี่ยวหลานลุกวาว ค่อนข้างคาดหวัง
อันหลินหัวเราะร่า “ได้อยู่แล้ว!”
ต้าไป๋ก็กระดิกหาง เป็นเชิงบอกว่าไม่มีปัญหา
สวีเสี่ยวหลานกระโดดขึ้นควบหลังต้าไป๋ สัมผัสความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนนุ่มของขนปุกปุย หยอกเย้าว่า “ต้าไป๋ ข้าอยากขี่เจ้าตั้งนานแล้ว!”
ต้าไป๋ยิ้มอย่างมีเลศนัย “แม่นางเสี่ยวหลาน ข้าก็อยากถูกเจ้าขี่มานานแล้ว โฮ่ง!”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…ถึงอย่างไรก็รู้สึกว่าต้าไป๋เป็นหมาทะลึ่ง ข้าลงไปดีกว่า”
“อย่าสิ ต้าไป๋ไร้เดียงสามาก ข้ารับรอง!” อันหลินยืนยันความบริสุทธิ์แทนต้าไป๋
“ข้าชอบชิงหัวแต่เพียงผู้เดียว โฮ่ง!