อเวย มันอยู่ตรงกลางระหว่างการมีอยู่และไร้ตัวตน สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่าจับต้องได้ก็คือ นัยน์ตาดุจดวงดาวพร่างพราวคู่นั้นของมัน
“เย่ตี้ เก็บสะพาน” จักรพรรดิจื่อเวยพูดเสียงเย็น น้ำเสียงปราศจากความเกรงอกเกรงใจ
“ยังไม่ถึงเวลา” สิ่งมีชีวิตที่มีนามว่าเย่ตี้ตอบอย่างหนักแน่น
จักรพรรดิจื่อเวยจ้องเย่ตี้ เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “หากเจ้ายังถ่วงเวลา ข้าจะกำจัดเผ่าพันธุ์มดเสีย!”
“หากกำจัดเผ่าพันธุ์มดจริง จะให้สรวงสวรรค์มาปราบมารร้ายใต้พิภพหรือ” เย่ตี้ส่ายหน้า “เจ้าไม่กล้าหรอก”
ครืน!
ลำแสงแผ่กระจายไปทั่วสี่ทิศอย่างฉับพลัน เขมือบทุกสรรพสิ่ง ก้อนหิน ปีศาจร้าย มารร้ายใต้พิภพ อากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างภายในพื้นที่อันตรธานหายไปในพริบตา กลายเป็นพื้นที่วงกลมว่างเปล่ารัศมีพันจั้ง
ศูนย์กลางมีจักรพรรดิจื่อเวยกับเย่ตี้ยืนประจันหน้ากันอยู่
สีหน้าของเย่ตี้ไร้ซึ่งอารมณ์ มองชายตรงหน้านิ่งๆ “เผ่าพันธุ์มดต้องให้กำเนิด ‘ราชัน’ นี่เป็นการเสียสละที่จำเป็น มิเช่นนั้นต่อไปแดนจิ่วโจวจะต้องสูญเสียสาหัสสากรรจ์กว่านี้”
จักรพรรดิจื่อเวยทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ไม่จำเป็นหรอก อย่าลืมละว่า พระแม่หนี่วาอยู่ข้างสรวงสวรรค์”
“พระแม่หนี่วาโปรดปรานมนุษย์ ถึงขั้นบุกเบิกสร้างโลก สรรสร้างมนุษย์ขึ้นใหม่ แต่เพราะนางไม่ใช่มนุษย์…”
“หายนะของพวกเจ้า เป็นการแว้งกัดจากผืนแผ่นดิน หายนะระดับนี้ พระแม่หนี่วาจะตัดสินใจอย่างไร เจ้าไม่รู้หรือ”
“หากก