นกาลี การทดสอบครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อันตรายอย่างยิ่ง แม้จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละห้องนำทัพ แต่เรื่องที่นักเรียนบาดเจ็บล้มตายก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี
นักเรียนที่มีพลังต่อสู้ค่อนข้างสูงอย่างอันหลิน จำเป็นจะต้องทำภารกิจพิเศษด้วย…
“ข้าจะส่งพวกเจ้าถึงตรงนี้”
อิฐดำลอยลงมา อันหลินยิ้มอำลาหลิวหู่กับหลิวซู่ซู่
“ผู้อาวุโสอันหลิน ท่านไม่เข้าไปพบผู้อาวุโสท่านนั้นหรือ” หลิวซู่ซู่เอ่ยถามอย่างฉงน
อันหลินมองป้อมป้องกันที่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว รวมถึงสะพานหมอกดำที่ทอดขวางผืนแผ่นดินทั้งสอง สะพานหมอกดำเช่นนี้ ไม่รู้มีตั้งเท่าใดในหุบเหวกาลี
เขายิ้มบางๆ แล้วตอบว่า “ตอนนี้มีภารกิจติดพัน ผ่านศึกนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ผู้อาวุโสอันหลิน…เราจะมีโอกาสได้พบกันอีกไหม”
หลิวซู่ซู่ก้มหน้าเล็กน้อย ถามด้วยความขี้ขลาดและหงอยเหงา
ความรู้สึกของหญิงสาวมักจะซ่อนเร้นได้ยาก ยามนี้ต่อให้เป็นคนที่ไม่ละเอียดอย่างอันหลิน ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เจือความอาลัยของหญิงสาว
“เอ่อ…ต้องพบกันอีกแน่นอน อืม ข้ามีกระบี่เล่มหนึ่ง ยกให้พวกเจ้าไว้ป้องกันตัวก็แล้วกัน!” อันหลินหยิบกระบี่สีทองวาวระยับออกจากแหวนมิติ ยื่นให้หลิวซู่ซู่
เห็นได้ชัดว่าหลิวซู่ซู่คิดไม่ถึงว่าอันหลินจะมอบอาวุธให้นางก่อนอำลาจาก ปากจิ้มลิ้มเผยอเล็กน้อย ถือกระบี่อึ้งๆ จ้องอันหลินตาไม่กะพริบ แลดูทั้งตกใจและน่ารัก
กลับเป็นหลิวหู่ที่ได้สติ เขารู้ว่าอาวุธที่