งของห้องลับมีค่ายกลขนาดใหญ่ เจ้าอัปลักษณ์วางป้ายอาญาสิทธิ์ทั้งเก้าในแต่ละตำแหน่งของค่ายกล จากนั้นค่ายกลก็เริ่มสั่นอย่างแรง
“ป้ายบงกชสีดำจะกลืนกินเลือดเนื้อและวิญญาณของนักพรต จากนั้นถ่ายทอดของเหล่านี้ให้บงกชเร้นเลือดปีศาจที่อยู่ในห้องลับ ใช้เป็นอาหารเพื่อปลุกมัน” อันหลินมองแท่นสูงที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมา พร้อมกับบอกข้อมูลที่เขาทราบมาจากหอจื่อเวยของสรวงสวรรค์ “แต่แม้บงกชเร้นเลือดปีศาจจะฟื้นคืนชีพ คนของอารามอัมพรก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ มันไม่ใช่ของขวัญที่นางพญามดมอบให้อารามอัมพรเพื่อการผูกไมตรี แต่นางพญามดหลอกใช้คนของอารามอัมพรเป็นชาวสวน เพื่อหล่อเลี้ยงดอกไม้ดอกนี้ก็เท่านั้น…”
ดอกบัวสีแดงสดพิกลตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นสูง กลิ่นหอมประหลาดโชยมา ก่อตัวเป็นความเย้ายวนอย่างแสนสาหัส ชวนให้ลุ่มหลงมัวเมา
หลิวหู่กับหลิวซู่ซู่ที่พลังยุทธ์ค่อนข้างต่ำ เมื่อเห็นดอกบัวดอกนี้ ไม่อาจละสายตาได้เลย ใบหน้ามีรอยยิ้มอิ่มเอมใจปรากฏขึ้น
“จิ๊ๆ ๆ รูปลักษณ์ฉูดฉาดเย้ายวนแบบนี้ แทบจะเทียบเท่าเสี่ยวหงแล้ว” อากัปกิริยาของอันหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นดอกบัวดอกนี้ เอ่ยปากชมเปาะ
จู่ๆ กระเป๋าของเขาก็ขยับอย่างแรง ราวกับกำลังแสดงอาการต่อต้าน
“เอาละๆ…ถ้าดูจากความงดงามเย้ายวนแล้ว ดอกบัวดอกนี้สู้เจ้าไม่ได้ พอใจหรือยัง” อันหลินรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวในกระเป๋า จึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
แรงสั่นในกระเป๋าแรงขึ้นกว่าเดิม คล้