ี้หัวมีหลายอารมณ์ผสมปนเป ทั้งตะลึง ตื่นเต้น ยิ่งไปกว่านั้นคือความปลาบปลื้ม
“ขอแสดงความยินดีด้วย สรวงสวรรค์ได้ห้าคะแนน!”
เสียงดังก้องไปทั่วจัตุรัส ขณะเดียวกันก็ดังกลางเวหาเหนือศีรษะอันหลินเช่นกัน
ไม่มีใครสงสัยในคำตัดสินนี้ รวมถึงยอดฝีมือระดับหวนสู่ความว่างเปล่าหลายชีวิต ต่างก็จับจ้องภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป ลืมพูดลืมจา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนมรรคเทศนา เคยเห็นความแข็งแกร่งป่าเถื่อนของปีศาจจอกศักดิ์สิทธิ์ทอง เคยเห็นความไร้เทียมทานของนาง แต่กลับไม่เคยเห็นท่าทางที่จริงใจและเป็นธรรมชาติเช่นนี้มาก่อน
ร่างของอันหลินค่อยๆ กลายเป็นแสง เขาสวมมงกุฎในมือให้เด็กหญิงใหม่แล้วยิ้มบางๆ “ครั้งนี้ไม่ขาดทุน แค่ยืมมงกุฎครู่เดียวก็ได้มาห้าคะแนนแล้ว ขอบพระคุณองค์ราชินี!”
เด็กหญิงเม้มปากเล็กน้อย ดวงตาสุกใสจ้องอันหลิน ไม่พูดไม่จา
“อ้อ จริงสิ โครงกระดูกสีชาดก็มีมือถือเครื่องหนึ่งเหมือนกัน ถึงเวลาหากท่านเบื่อ ก็ประลองกันมันได้” จู่ๆ อันหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากออกไป
เด็กหญิงชะงักไป นัยน์ตาแดงก่ำ พูดเสียงเบาว่า “พวกเจ้าสองคนเป็นผู้พิทักษ์ของข้า อย่าลืมข้านะ…”
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีทางลืมเด็ดขาด!” อันหลินนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “แล้วพบกันใหม่องค์ราชินี”
คลองจักษุของอันหลินเริ่มมืดมน สติก็เริ่มเลือนราง เสียงอ่อนหวานหลั่งไหลเข้ามาในโสตประสาท
“แล้วพบกันใหม่ผู