นกายกลับมา สายตาอันเคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นเย็นเยียบและคมกริบราวคมมีด แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันหนักหน่วง
“เจ้าหนู อย่าทะนงตัวไปหน่อยเลย! คิดว่าตัวเองอยู่แค่ขอบเขตขุนนางยุทธ์แล้วฝึกฝนเคล็ดกายาได้สำเร็จ จะสามารถต่อกรกับราชายุทธ์ได้งั้นหรือ? ช่างโง่เขลานัก ฆ่ามัน!”
ชายชราร่างเตี้ยในชุดคลุมโลหิตกล่าวด้วยแววตาเยียบเย็น
“พร้อมใจกันสังหาร!”
ชายชราผู้สวมชุดคลุมสีเทาชักกระบี่ดำซึ่งแผ่พลังสังหารออกมาเต็มเปี่ยมขึ้นในมือ เขารู้ดีว่าศึกนี้เลี่ยงไม่ได้
“ข้ายังไม่อยากฆ่าเด็กหนุ่มหน้าตางดงามเช่นเจ้านัก แต่ก่อนตาย ข้าจะให้เจ้าดูว่าข้าจะทำลายใบหน้าของยัยนั่นอย่างไร!”
สตรีวัยกลางคนที่งามสะพรั่งหัวเราะเบา ๆ แต่สายตากลับเย็นชาเป็นน้ำแข็ง
บนใบหน้าของนางมีรอยแผลจากกระบี่ของหลินลั่วเว่ยที่ฝากไว้ ความแค้นนั้นนางไม่มีวันลืม
เปรี้ยง!
พลังลมปราณของราชายุทธ์ทั้งสามแผ่พุ่งทั่วร่าง พลังแห่งฟ้าดินถาโถมมุ่งหน้าสังหารซูเฉิน
“พวกเศษสวะ!”
ซูเฉินแค่นเสียง ดวงตาเย็นเยียบยิ่งนัก
เขาโอบหลินลั่วเว่ยไว้แน่นด้วยแขนหนึ่ง อีกมือเปลี่ยนเป็นหมัดไร้เทียมทาน ซัดออกทันที
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องคำราม ฟ้าดินสั่นสะเทือน
หมัดของซูเฉินดั่งภูเขาโบราณ