มเฉื่อยพุ่งออกจากช่องโหว่
ส่วนชิงจือใช้วิชาต้องห้ามคุ้มกันตน ชั่วขณะที่พลังโรยราอย่างแสนสาหัสนั้น ม่านแสงสีทองเป็นเหมือนกระดองเต่า สายฟ้าและใบมีดลมทลายไม่ได้ พุ่งออกจากช่องโหว่ไปด้วยเช่นกัน
หวงส่านกลับเป็นคนสุดท้ายที่ตั้งสติได้ มันประเมินอานุภาพของอัสนีบงกชสีชาดต่ำไป ถูกระเบิดกระแทกจนกลิ้งหลุนๆ เนื้อตัวเหวอะหวะ พอได้สติกลับมา มันก็ตามหลังหวังเสวียนจ้านกับชิงจือแล้ว
ไม่พิรี้พิไร มันระเบิดความเร็วพุ่งไปทางช่องโหว่ด้วยความเร็วทั้งหมด
หวังเสวียนจ้านกับชิงจือออกมาแทบจะไล่เลี่ยกัน
“โธ่!”
หลิวเชียนฮ่วนอุทานขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นฉากนี้ จากนั้นก็ล้มลงช้าๆ ราวกับเป็นก้านหลิวอ่อนเปลี้ย เรือนร่างที่มีทรวงทรงองค์เอวนอนแผ่หราอยู่บนพื้น หายใจรวยริน ท่าทางน่าอาดูร
นางทำปากคว่ำพูดเสียงละห้อยว่า “ไม่มีแรงแล้ว…”
ไม่มีคนคอยควบคุมช่องโหว่ไว้ พลังขัดขวางที่ฟื้นฟูด้วยตัวเองของค่ายกลว่างเปล่าทันใด
เมื่อค่ายกลถูกยับยั้งนานเกินไป ยามฟื้นฟูจึงแฝงพลังสะท้อนกลับ ฟื้นฟูช่องโหว่ในชั่วอึดใจ ทุกคนแทบจะตั้งตัวไม่ทันเลยสักนิด
“พับผ่าสิ!”
นี่เป็นเสียงคำรามสุดท้ายของหวงส่านที่ดังออกมาจากข้างใน
สายฟ้าสีทองชนกับกำแพงค่ายกลเข้าอย่างจัง เกิดเสียงดังกึกก้อง…
“หวงส่าน!”
หงโต้วกับตงเยี่ยนต่างก็อุทานดังลั่น ใช้เวทมนตร์โจมตีตำแหน่งที่เคยเป็นช่องโหว่กันพัลวัน
เสียงระเบิดดังไม่ขาดสาย ขณะที่พลังงานซัดสาดนั้น ตาข่ายวายุสายฟ้าเพียงแค