้อได้เปรียบของกำลังแล้ว พวกมันไม่มีอะไรเหนือกว่าเลย
“มิหนำซ้ำ ละแวกของจอกศักดิ์สิทธิ์ยังมีค่ายกลต้องห้ามด้วย ถึงจะทำลายแนวป้องกันของแฝดวายุสายฟ้าได้ ก็ต้องใช้เวลาไปทำลายค่ายกลต้องห้ามอีก” ตงเยี่ยนเองก็พูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มเช่นกัน
ก่อนหน้านี้มันพุ่งใส่จอกศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะชนกับค่ายกล เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วด้วยซ้ำ
หวงส่านถอนหายใจอย่างแรงเมื่อได้ยิน จดจ้องเขตวายุสายฟ้าที่อยู่เบื้องหน้า ใบหน้าฉายความเจ็บใจ
ขณะที่ทั้งสามกำลังอับจนหนทางอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“โยมทั้งหลายสนใจจะร่วมมือกับพวกเราหรือไม่”
นักบวชหน้าตาหล่อหลารูปหนึ่งเยื้องย่างเข้ามา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน
ผู้มาเยือนคือชิงจือกับชิงซินแห่งเมืองพุทธนั่นเอง และแน่นอนว่าผู้พูดย่อมเป็นตัวแทนคนสำคัญอย่างชิงจือ
หวงส่านชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยถามว่า “ความหมายของเจ้าคือ เราทั้งสองฝ่ายร่วมมือชิงจอกศักดิ์สิทธิ์เงินงั้นหรือ แต่จอกศักดิ์สิทธิ์มีเพียงใบเดียว จะแบ่งกันอย่างไรเล่า”
ถ้าทั้งสองฝ่ายใจจดใจจ่ออยู่กับจอกศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นย่อมต้องยั้งมือเป็นแน่ ถึงตอนนั้น เกรงว่าจะไม่มีแม้แต่คนที่ยอมเป็นแกนนำ
“จอกศักดิ์สิทธิ์เงินเป็นของเจ้า อาตมารู้ตำแหน่งของมังกรปีกครามอีกตัว ถึงตอนนั้นโยมเพียงแค่ช่วยข้าชิงจอกศักดิ์สิทธิ์โลหะใบนั้นเป็นพอ” น้ำเสียงของชิงจือราบเรียบ
สีหน้าของตัวแทนทั้งสามของ