ดวงตาสีม่วงของหลิวเชียนฮ่วนกะพริบปริบๆ พูดเสียงจริงจังว่า “ข้าคิดว่าพวกเราถูกหลอกแล้ว”
มุมปากของอันหลินกระตุก กุมขมับ “มันไม่ใช่แค่ท่านคิดว่า นี่มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว!”
ภายในหอไข่มุก นอกจากพื้นและกำแพงที่สะอาดสะอ้านแล้ว ไม่มีอะไรเลย!
แม้แต่ชั้นของหอคอยก็มีแค่ชั้นเดียว ว่างเปล่าจนชวนให้รู้สึกพรั่นใจ
ทอดมองไปมีจอกศักดิ์สิทธิ์กับผีอะไร นี่มันกรงขังชัดๆ
“เฮ้อ ข้าประมาทไปแล้ว ไม่รู้สึกถึงจิตสังหารจึงบุ่มบ่ามเข้ามา ไม่คิดเลยว่าเจตนาของศัตรูจะเป็นการขังพวกเรา” หวังเสวียนจ้านตำหนิตัวเอง ขมวดคิ้วมุ่นอยู่ข้างๆ
“ไม่เป็นไร ก็แค่หอคอย เราสามคนร่วมมือกันต้องทลายมันได้แน่!” อันหลินพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมกลุ่ม
จากนั้นเขาก็ล้วงกระบี่พิชิตมารแล้วเริ่มฟันผนังของหอไข่มุก
พรึ่บๆ ๆ…
กระบี่พิชิตมารคมกริบอย่างยิ่ง ลำแสงฟาดผนังเส้นแล้วเส้นเล่า แต่กลับไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเลยสักนิด
“หมัดสะเทือนขุนเขา!”
เมื่ออันหลินเห็นว่าใช้กระบี่ไม่ได้ผล จึงใช้พลังเซียน
ตูม! แสงทองระเบิด ระหว่างที่พลังงานซัดสาด ผนังกลับไม่เป็นอะไรเลย
“พับผ่าสิ แข็งขนาดนี้เลยหรือ หรือข้าต้องใช้หมัดปรมาณูอัสนี” ความฮึกเหิมของอันหลินถูกปลุก พูดด้วยนัยน์ตาที่เย็นเยียบ
เมื่อหวังเสวียนจ้านกับหลิวเชียนฮ่วนได้ยินคำพูดของอันหลิน ก็ตกใจจนพุ่งเข้าไปกอดแขนเขาไว้แน่น
“สหายอันหลิน มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน อย่าวู่วาม!” หวังเสวียนจ้านทำหน้าวิตกกังวล
“