อันหลินจะลงมือแล้ว ผู้ชมในจัตุรัสต่างก็จ้องเขาด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกาย
เหยาหมิงซีและเหยาซิ่วกำมือแน่นด้วยความตื่นเต้น ให้กำลังใจไอดอลของตนในใจไม่หยุด
บนที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติ หญิงที่สวมชุดสีเรียบคนหนึ่ง ใช้นิ้วมือเรียวงามพันปอยผมงามสลวยเป็นเกลียว มองชายหนุ่มบนสังเวียนอย่างสนใจ
“พวกเจ้าว่า ครั้งนี้พี่อันจะได้กี่คะแนน” หญิงผมสั้นหน้าตาสะสวยคนหนึ่งพูดขึ้น
คนที่พูดคือเหมียวเถียน สมาชิกกลุ่มอันหลินนั่นเอง
“เรามาพนันกันดีกว่า หนึ่งร้อยหินวิญญาณ ข้าขอพนันว่าพี่อันได้สิบสองคะแนน!” จงหย่งเหยียนโบกพัดพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าก็ขอพนันด้วยว่าพี่อันได้สิบสองคะแนน” ลั่วจื่อผิงพูด
“สิบสองคะแนนด้วยคน” ซุนเซิ่งเหลียนหญิงงามหน้าอกอวบอิ่มพูดต่อ
“เฮ้อ…” เหมียวเถียนส่ายหน้าเล็กน้อย ทอดถอนหายใจ “ท่าทางการเดิมพันครั้งนี้จะเปล่าประโยชน์”
ขณะนั้นเอง อันหลินก็หาระยะห่างระหว่างศิลาประเมินระดับพลังยุทธ์สีนิลได้แล้ว
ตั้งแต่การปล่อยหมัดไปจนถึงเวลาระเบิด และตอนที่ระเบิดควรจะเป็นชั่ววินาทีที่สัมผัสศิลาจะดีที่สุด ทุกสิ่งเหล่านี้จำต้องคาดคะเนให้ดี
เขาย้อนความทรงจำที่น่ากลัววันนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายก็กะระยะทางได้ ยืนสงบอยู่กับที่
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันมองสองคนข้างกาย “ความปลอดภัยของชีวิตข้า ขึ้นอยู่กับพวกท่านสองคนแล้วนะ!”
หวังเสวียนจ้านกับหลิวเชียนฮ่วนพยักหน้า ต่างก็เตรียมพร้อมคุ้มกันแล้ว
ผู้ชมล้วน