เมืองพุทธนั่งอยู่ด้านหน้าสุดของอัฒจันทร์
อีกด้านหนึ่ง บนที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติ เซียนหญิงที่สวมชุดสีเรียบ งดงามอ่อนหวาน ใบหน้าผ่อนคลายดุจเดินออกมาจากภาพวาด ดวงตากำลังจดจ้องมาที่อันหลิน
เสียงของหญิงสาวเบาจนเหมือนพึมพำ แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นอย่างยิ่ง “อันหลิน ครั้งนี้…เราจะได้เห็นดีกันแน่!”
จู่ๆ อันหลินที่กำลังหมดอาลัยตายอยากก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
พอเขาเหลียวมอง ก็พบว่ามนุษย์หินที่หน้าอกมีเปลวไฟลุกโชนกำลังแสยะยิ้มใส่เขา
สายตาของทั้งคู่ประสานกัน หงโต้วยังยืดอกกำยำของมันขึ้นเล็กน้อย เปลวไฟกลางหน้าอกแดงฉานยิ่งกว่าเดิม
อันหลิน “…”
ขณะนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมากะทันหัน “ขอต้อนรับสหายที่เดินทางไกลมาจากสวนเอเดน เมืองพุทธ และหอสร้างโลก เข้าร่วมงานชุมนุมแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาสี่ทิศ พวกเราจะนั่งสนทนามรรคที่นี่ เป็นประจักษ์พยานฝีมือของรุ่นหนุ่มสาวแห่งสี่อิทธิพลใหญ่…”
ในฐานะเจ้าภาพ รองผู้อำนวยการอวี้หัวเริ่มกล่าวเปิดงานแล้ว
จากนั้นผู้นำของสามอิทธิพลที่เหลืออย่างฮุ่ยหมิง ราชสีห์และวาเนสซาก็ทยอยกล่าวคำพูดง่ายๆ ด้วยเช่นกัน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำพูดตามมารยาทที่เป็นทางการเหล่านี้ ทุกคนในงานก็แค่ฟังส่งๆ ไปเท่านั้น
ตอนนี้ต่อให้พูดน่าฟังแค่ไหน สุดท้ายคนหนุ่มสาวต่างก็เป็นเพียงพวกไม่เอาไหน มันไม่มีประโยชน์เลยสักนิด ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็ต้องดูความสามารถของตัวแทนจากแต่ละกลุ่มอิทธิพล
อันหลินคิดว่าบรรยากาศช่า