“ศิษย์…ศิษย์พี่อัน” เหยาซิ่วช้อนตาขึ้น เอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
“อืม ข้าไม่ได้บ้า รีบเอาเปลือกไปทำซุปเสียเถอะ เจ้าบอกว่าเสริมสร้างแคลเซียมไม่ใช่หรือ อย่าเสียเวลาเลย” อันหลินพยักหน้า พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไม่บ้าจริงๆ หรือ
ต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์มุมปากกระตุก
เหยาซิ่วเดินย่องเข้าไปใกล้อันหลิน ราวกับเป็นแมวน้อยที่ตกใจกลัวแต่ก็รู้สึกผิด
นางเหลือบมองอันหลินอย่างหวาดกลัวแวบหนึ่ง ยื่นสองมือที่ขาวผ่องออกมา พูดอย่างลังเลว่า “จะใช้ทำซุปจริงหรือ”
อันหลินได้ฟังก็พยักหน้าจริงจัง จากนั้นยื่นเปลือกไข่ออกไปให้นาง
เหยาซิ่ว “…”
ตึงๆ ๆ…กึกๆ ๆ…
ห้องครัววุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานเหยาซิ่วก็จุดไฟ เคี่ยวเปลือกไข่ของน้องสี่
ทุกคนนั่งล้อมวงอยู่บนโต๊ะ
อาหารเต็มโต๊ะส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ
ผีมือการทำอาหารของเหยาซิ่วดีมากจริงๆ แต่อีกประการหนึ่งเป็นเพราะไข่แดงและไข่ขาวของน้องสี่กลมกล่อมอย่างยิ่ง
ต้าไป๋ก้าวออกจากความโศกเศร้า ดวงตาจ้องอาหารเลิศรสแต่ละจานบนโต๊ะไม่วางตา
มันที่มีประสาทรับกลิ่นว่องไว เมื่อได้สัมผัสกับอาหารอันโอชะเลิศล้ำในระยะประชิดแบบนี้ ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
“ทุกคนเร่งมือหน่อย อย่าให้การเสียสละของน้องสี่ต้องสูญเปล่า” อันหลินชูตะเกียบขึ้นแล้วกล่าว
เจ้าอัปลักษณ์ “…”
เสี่ยวหง “…”
ต้าไป๋ “…”
พี่น้องสกุลเหยา “…”
อันหลินไม่สนใจปฏิกิริยาของทุกคน
เขาปลงตกแล้ว หากจะหดหู่เสียใจ ห่อเหี่ยวเซื่องซึม สู้ปล่อยวาง ยอมรับทุ