วขณะ รู้สึกว่าแรงกดดันยิ่งใหญ่ประหนึ่งขุนเขา
ตอนที่เขาเห็นอันหลิน ก็รู้แล้วว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
เฮ้อ…หากอันหลินยังเป็นแค่เด็กเส้นที่เส้นใหญ่ที่สุดคนนั้นคงจะดีไม่น้อย…
หยางซินคร่ำครวญในใจ ฝั่งหนึ่งเป็นความรู้สึก อีกฝั่งเป็นหน้าที่ เขาเป็นสมาชิกของหน่วยบังคับใช้กฎหมาย รู้ว่าควรจะยึดมั่นในหน้าที่ของตน
เพราะการทะเลาะวิวาทของทั้งสองคนเป็นความจริง ส่วนสาเหตุ ค่อยไต่สวนเมื่อจับกุมตัวไปแล้ว
หยางซินหันมองอันหลิน ราวกับมองว่าเขามีอะไรอยากพูดอีกไหม
อันหลินยิ้มบางๆ บอกกับหยางซินว่า “เหตุทะเลาะวิวาทครั้งนี้เพราะมนุษย์หินพูดจาเหยียดหยามข้าก่อน จากนั้นข้าก็ไม่พอใจ ถึงได้ทะเลาะกัน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”
หยางซินฟังแล้วพยักหน้า พูดเสียงนุ่มว่า “ตามกฎที่สำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนกำหนด ต้องคุมตัวพวกเจ้าทั้งสองไปที่ห้องกักบริเวณของสำนัก คุมขังเป็นเวลาสามวัน!”
“ไยต้องจับศิษย์พี่อันหลินด้วย หากจะจับก็มาจับข้า ข้าต่างหากที่เป็นคนก่อเรื่องคนแรก!” เหยาหมิงซีนัยน์ตาแดงก่ำ ตะโกนใส่หยางซินปาวๆ
หยางซินทำหูทวนลม ใส่กุญแจมือให้อันหลินเงียบๆ
เขารู้ว่าแม้จับเหยาหมิงซี อันหลินก็ไม่ได้รับอิสระ สู้ทำเป็นหูหนวกตาบอด จับไปแค่คนเดียวก็พอ
อันหลินเองก็รู้เหตุผลนี้ดี หากจับตัวเขากับเหยาหมิงซีพร้อมกัน สู้ให้เขาเป็นคนรับผิดแต่ฝ่ายเดียวเสียยังดีกว่า อย่างไรเสียก็แค่กักบริเวณสามวัน
“ฮือ…ท่านพี่ ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่อันหล