ภายในห้องกักบริเวณของสำนัก
อันหลินได้ทราบข่าวที่น่าเศร้าอย่างยิ่งนั่นก็คือ สืบเนื่องมากจากเขากับหงโต้วต่างก็เป็นตัวแทนของกลุ่มอิทธิพล จึงกักบริเวณเพียงสองวัน หลังจากนั้น เขาก็ต้องออกไปเข้าร่วมการชุมนุมแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาอยู่ดี!
เมื่อรู้ข่าวนี้ เขาก็นั่งลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก รู้สึกว่าไม่มีเรี่ยวแรงเลยสักนิด
ตรงข้ามห้องเขา หงโต้วอ้าปากหินแกร่งของมัน ส่งเสียงหัวเราะปานรถแทรกเตอร์ “ฮ่าๆ ๆ…รอให้ข้าออกไป ได้เห็นดีกันในงานมรรคเทศนาแน่!”
พลังต่อสู้ของทั้งสองยิ่งใหญ่ทั้งคู่ จึงไม่สามารถกักขังไว้ในห้องเดียวกัน มิเช่นนั้นคงเกิดศึกใหญ่อีกแน่
อันหลินคร้านจะสนใจคำถากถางของหงโต้ว สงครามน้ำลายไม่มีความหมายอะไร
ผ่านไประยะหนึ่ง เหล่าแฟนคลับของอันหลินก็ส่งของกินหลากหลายชนิดมาให้เขา
เขากินอย่างเอร็ดอร่อยต่อหน้าหงโต้ว หงโต้วทำได้เพียงมองดูตาละห้อย
กักบริเวณสองวันไม่มีอาหารให้กิน อย่างไรเสียก็ไม่มีทางอดตาย
“อืม…ปีกไก่น้ำแดงช่างอร่อยเหลือเกิน ทั้งหอมทั้งกรอบ เนื้อสดใหม่…”
“เนื้อที่ราบสูงของเขาลวี่ชางก็ไม่เลวเหมือนกัน เนื้อหนุบหนับ แถมยังสุกแบบมีเดียมเวลอีกด้วย!”
อันหลินกินไปพูดไป กลิ่นหอมของอร่อยอบอวลไปทั่วห้องกักขัง ยั่วน้ำลายยิ่งนัก
หงโต้วนัยน์ตาวาวโรจน์ จ้องอาหารนานาชนิดข้างอันหลินไม่วางตา กลืนน้ำลายเอื๊อก พูดด้วยเสียงดังสนั่นว่า “หึ เจ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะยั่วข้าได้หรือ ใจข้าแกร่งดุจหินผา”
อ