สุดท้ายอันหลินก็กลับไปอย่างสับสนมึนงง
เขาตีกับหงโต้วไปสองยก เหนื่อยล้าทั้งกายใจนานแล้ว ไร้เรี่ยวแรงจะไปให้หลิวเชียนฮ่วนอุปการะต่อแล้ว จึงเลือกกลับไปนอนหลับอุตุที่ห้องของตน
วันต่อมา มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเล่นในรั้วสำนัก สายตาจับจ้องนับไม่ถ้วน ถึงขั้นว่าทำให้เกิดความโกลาหล
ผิวหนังของพวกเขาแต่ละคนล้วนเนียนละเอียด มีนัยน์ตาสีฟ้า หูที่ทั้งแหลมและยาว รูปโฉมงดงามเป็นล้นพ้น มีปีกสีขาวอันสวยงามด้านหลังอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาเปล่งประกาย!
รัศมีบางๆ แผ่ออกมาจากตัวของพวกเขา ราวกับเป็นทูตผู้ที่สวรรค์เมตตา เดินเหินในโลกหล้า
นักเรียนของสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนมากเหลือคณานับที่เดินตามท้องถนน ต่างก็จับจ้องไปที่คนกลุ่มนี้ พร้อมกับวิจารณ์ดังเซ็งแซ่
“โอ้โฮ ดูผู้ชายพวกนั้นสิ หล่อจังเลย!”
“ผู้หญิงก็สวยเหมือนกัน รู้สึกว่าคนกลุ่มนี้เหมือนวงไอดอลเลย”
“เมื่อก่อนก็ได้ยินแล้วว่าเผ่าพันธุ์ปีกปัณฑูรแห่งส่วนเอเดนมีสวรรค์เมตตา ตอนนี้ท่าทางจะเป็นความจริง แค่รูปโฉมก็น่าอิจฉายิ่งแล้ว…”
เมื่อเทียบกับเสียงอุทานของผู้คนเดินถนน แขกที่มาจากสวนของแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีสีหน้าอ่อนโยน อากัปกิริยาเป็นธรรมชาติ เพียงแต่รักษาระยะห่างทำตัวเหินห่าง ไม่ได้เย่อหยิ่งจองหองเกินเอื้อม
ภายในตึกแห่งหนึ่งของเขตปีกปัณฑูร
“พี่อัน มีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว โฮ่ง!” ต้าไป๋พุ่งเข้ามาทางหน้าต่าง พูดอย่างระริกระรี้
“ฮ้าว…เช้าๆ แบบนี้ พูดจาให้ม