รุ่งอรุณในวันหนึ่ง เหยาซิ่วตื่นมาแต่เช้า รวบผมเงางามยาวสลวยเป็นผมแกละน่ารักสองข้าง
นางมองใบหน้างดงามแม้ไม่แต่งองค์ทรงเครื่อง แต่ยังคงงามสะคราญของตน พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เดินฮัมเพลงออกจากห้องไป
วันนี้นางจะฝึกร้องเพลง ‘เหมือนเคยพบคุณที่ไหนมาก่อน’ ผลงานของเซวียเชียนเชียน หลังได้คลุกคลีกับไอดอลในระยะนี้ นางเริ่มเข้าใจรสนิยมของไอดอลแล้ว บทเพลงที่แสดงเปลี่ยนจาก ‘มาตุภูมิของฉัน’ เป็นบทเพลงฮิตได้สำเร็จ
เหยาซิ่วเยื้องย่างด้วยฝีเท้าเบาหวิว เดินย่ำอยู่บนทางเดินหิน การฝึกร้องเพลง ควรไปฝึกในสถานที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมงดงามจะได้อารมณ์กว่า
ด้วยเหตุนี้ นางจึงเดินมายังที่เก่า กลับพบกับร่างแปลกหน้า
นักบวชหน้าตาคมสัน ห่มจีวรรูปหนึ่งกำลังนั่งสมาธิบนก้อนหิน
“เอ๊ะ…นักบวชนี่เอง” เหยาซิ่วเอียงหัวเล็กน้อย ในความทรงจำของนาง เหมือนว่าในสำนักจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างนักบวชนะ
ทันใดนั้น นางก็ได้สติโดยพลัน นัยน์ตาก็เป็นประกาย
ใช่แล้ว การชุมนุมแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาสี่ทิศจะเริ่มแล้ว เมืองพุทธแห่งแดนสุขาวดีทางพายัพก็จะส่งตัวแทนมาด้วยเช่นกัน นักบวชรูปนี้คงจะเป็นตัวแทนของเมืองพุทธหรือไม่ก็สมาชิกที่ติดตาม!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นเขาก็คือศัตรูของไอดอล!
ความรับผิดชอบในฐานะแฟนคลับของเหยาซิ่วกำลังลุกโชน นางคิดว่าได้เวลาสอดแนมความลับของศัตรูแทนอันหลินแล้ว
นักบวชกำลังหลับตาพริ้ม ราวกับว่ากำลังใคร่ครวญหรือทำสมาธิ
อืม…ใช้นาฬิกาป