หล่อเลี้ยงวิญญาณถูกเจ้าโจมตีเข้าอย่างจัง ต้องกลายเป็นเถ้าธุลีแน่!” สวีเสี่ยวหลานมาเพราะได้ยินเสียง มองอันหลินที่กลิ้งไปตามพื้น พูดพร้อมกับยิ้มตาหยี
“สมกับเป็นพี่อัน คิดค้นพลังเซียนที่น่ากลัวเช่นนี้อีกแล้ว!” ลั่วจื่อผิงก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาเช่นกัน พูดด้วยสีหน้าตะลึง
มุมปากของอันหลินกระตุก ไม่ตอบอะไร แต่ลุกขึ้นมานั่งด้วยตัวเอง จ้องมองมือที่เริ่มปริแตกของตัวเองอย่างนึกพรั่นใจ
ตนคิดค้นกระบวนท่าที่ทำลายศัตรูหนึ่งพันครั้ง ทำร้ายตัวเองแปดร้อยหนหรือไง
ไม่สิ…หากว่าใช้ครั้งเดียว ต้องเสียแขนไปหนึ่งข้าง เขาไม่มีทางยอมรับว่านี่เป็นพลังเซียนเด็ดขาด!
น่าจะยังมีจุดที่ยังแก้ไขได้ หากพูดถึงการผสานพลังงาน เขาคิดว่าประสานกันได้ดีมากแล้ว อานุภาพของพลังเซียนก็ยกระดับขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าจะให้บอกว่าขาดอะไร คงเหลือเพียงจิตแล้ว
จิต?
ใช่แล้ว สามารถเพิ่มจิตที่จะทำให้มันเสถียรยิ่งกว่าเดิมลงในพลังเซียนได้!
ดวงตาของอันหลินเป็นประกายแวววาว เริ่มครุ่นคิดทันใดว่าควรจะผสานจิตอย่างไร พลังเซียนจึงจะมีเสถียรภาพ
จิตที่สามารถผสานหมัดสะเทือนขุนเขาที่แฝงด้วยพลังแห่งธรณิณและคาถาเรียกสายฟ้าอันแฝงด้วยพลังแห่งอัสนีได้อย่างลงตัว…
ไม่รู้เพราะเหตุใด เขานึกถึงอนธการดั้งเดิมของราชินีอ้านเย่
เขาในตอนนั้นอยู่ในสภาวะวิเศษที่เข้าใจทุกอย่างถ่องแท้ เผชิญหน้ากับกระบวนท่าที่แก่กล้าที่สุดของราชินีอ้านเย่ เรียกได้ว่าอ่านโครงสร้างจิตของกระบวนท่