าได้อย่างทะลุปรุโปร่งในปราดเดียว
อนธการดั้งเดิมเป็นพลังเซียนที่ทำให้สรรพสิ่งดับสูญ ขณะเดียวกันก็ปรานีสรรพสิ่งด้วย ผสานลักษณะพิเศษอย่างทำลายล้างและประนีประนอมสรรพสิ่งไว้ด้วยกัน ไม่แน่ว่าขณะที่ทำให้หมัดสะเทือนขุนเขาอัสนีเสถียร อานุภาพก็อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวีด้วย!
“พวกเจ้าอยู่ให้ห่างจากข้าหน่อย ข้าจะทดลองอีกครั้ง” อันหลินพูดอย่างวิตกกังวล
ลั่วจื่อผิงออกอาการตื่นเต้น “พี่อันจะคิดค้นพลังเซียนอีกแล้วหรือ จะได้เห็นประจักษ์แก่ตาพอดีเลย!”
สวีเสี่ยวหลานได้ยินก็ถอยหลังหลายก้าวอย่างเป็นกังวล ไม่พูดอะไร
ความจริงแล้วการผสานพลังเซียนสองอย่าง จากนั้นหลอมรวมจิตใหม่ มันเหนือขอบเขตของการปรับปรุงพลังเซียนแล้ว บางทีอาจเป็นดั่งที่ลั่วจื่อผิงพูดจริง นี่เป็นการทดลองของการคิดค้นพลังเซียนแล้ว!
มือซ้ายของอันหลินเรียกสายฟ้า กำปั้นมือขวาระเบิดแสงสีทองอีกครั้ง เมื่อกระแสไฟปกคลุมกำปั้นแล้ว เกิดการแปรสภาพอีกครั้ง พลังงานก็เริ่มบรรลุจุดระเบิดเช่นเดียวกัน
ดวงตาคู่นั้นของเขาเพ่งพิศ ได้เวลาผสานจิตแล้ว!
ภาพที่ทำให้ท้องนภากลายเป็นความมืดมนอันไร้ที่สิ้นสุด คล้อยลงมายังปฐพีฉายวาบในสมอง แก่นแท้ของกระบวนท่าเริ่มรวมเป็นหนึ่งกับหมัด
กระแสไฟสีทองอันบ้าระห่ำเจือสีดำเสี้ยวหนึ่งค่อยๆ สงบลง แต่อานุภาพที่แฝงอยู่กลับยิ่งชวนให้หยุดหายใจ ถึงขั้นว่าตัวอันหลินเองก็รู้สึกเย็นเยือกไปทั้งกายและใจ รู้สึกเหมือนสิ่งที่กำปั้นตัวเองกำไว้ เ