สีดำส่องแสงสีขาวสว่างไสว ตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น : [กายแห่งมรรคขั้นสิบ!]
ผู้คนเริ่มแตกตื่นขึ้นมาชั่วขณะ คำวิจารณ์ต่างๆ นานาก็บังเกิดขึ้นอย่างเกรียวกราว ไม่ว่าจะเป็น ‘โอ้โห สุดยอดเลย!’ หรือ ‘โอ้โห อัจฉริยะชัดๆ!’
“เหยาซิ่ว ห้องหนึ่ง!” เสียงหนักแน่นดังขึ้น
“เย่!”
หญิงชุดเขียวคนหนึ่งโห่ร้องด้วยความดีใจ
ทั้งๆ ที่นางรู้อยู่แล้วว่าตัวเองได้เข้าห้องหนึ่งแน่ๆ แล้ว แต่ก็ควบคุมจิตใจของตัวเองไม่ได้อยู่ดี ใช้วิธีกู่ร้องตะโกนก้องระบายออกมาตามใจตน
หญิงสาวมีผิวขาวดุจหยวก จิ้มลิ้มน่ารัก มัดผมแกละสองขาวยาวระหัวไหล่ แลดูร่าเริงสดใส
บอกตามตรง ในบรรดานักพรตหญิง การมัดผมแกละสองข้างนั้นหายากยิ่ง อันหลินจึงจ้องนางอยู่หลายหน
ขณะนั้นเอง ศิลาสีนิลก็ส่องแสงสีขาวโชติช่วงอีกระลอก จากนั้นฝูงชนที่ล้อมมุงดูก็แตกฮือ ก่อให้เกิดความฮือฮาอย่างใหญ่หลวง
มันเป็นเพียงเพราะอักษรบนศิลาระบุว่า : [ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้น!]
“เหยาหมิงซี ห้องหนึ่ง!” เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“ที่แท้เขาก็คือเหยาหมิงซี อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักหยินหยางนี่เอง!”
“เหยาซิ่วกับเหยาหมิงซีเป็นพี่น้องกันสินะ พรสวรรค์วิปริตเกินไปแล้ว เป็นกรรมพันธุ์กระมัง”
“ความจริงพวกเขามีชื่อทั่วแคว้นหลิงเจี้ยนแล้ว ต่างก็เป็นอัจฉริยะที่สื่อสารกับศิลากระบี่โบราณได้”
“ทดสอบมาถึงช่วงสุดท้าย ข้าคิดว่ารุ่นเราจะล้มเหลวถึงขั้นไม่มีระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณเลยสักคน ยังดีที