รณ์เช่นนี้มาก่อน
หรือเขาจะแพ้ให้กับนักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณคนแปลกหน้าที่เพียงผ่านมาคนนี้จริงๆ
หากเรื่องนี้กระจายออกไป เทพเจียงอย่างเขาจะอยู่อย่างไร!
จะ…จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้!
เจียงหย่าหนานสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าเผยรอยยิ้มอบอุ่นดุจอาบสายลมยามวสันต์อีกครั้ง พูดเสียงอ่อนโยนกับอันหลินว่า “สหายอันหลินไม่ต้องขอโทษ จะว่าไปนี่เป็นความผิดของข้าเอง ผลึกหินประชันความคิดขาดการซ่อมแซมมานาน อันที่จริงแบกรับไม่ไหวแล้ว ถึงเวลาต้องถอดถอนแล้ว”
อันหลินกะพริบตาปริบๆ “เป็นเช่นนี้เองหรือ”
เจียงหย่าหนานพูดเสียงนุ่มว่า “แน่นอน รู้ไหมว่าทำไมตอนสู้ข้าไม่กล้าทุ่มสุดแรง เพราะกลัวมันจะแตกนี่แหละ!”
ขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็ใช้หมัดกระแทกผลึกหินประชันความคิด
เพล้ง!ผลึกหินแตกละเอียด กลายเป็นเศษชิ้นส่วนที่ส่องแสงสีขาวระยิบระยับ
เศษผลึกหินกระจายเต็มพื้น ใจของเขาก็แหลกสลายตามไปด้วย…
“เจ้าดูสิ มันเสื่อมสภาพนานแล้ว…”
“ศึกนี้ถือว่าเราเสมอแล้วกัน วันหลังเราค่อยประลองตัดสินกันอีก!”
เจียงหย่าหนานฝืนยิ้มแล้วพูดกับอันหลิน
อันหลินชี้ผลึกหินที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น “หมายความว่า…ข้าไม่ต้องชดใช้อะไรให้ท่านใช่ไหม”
เมื่อเจียงหย่าหนานได้ฟัง ความเศร้าในใจก็ตีตื้นขึ้นมาราวกับสายน้ำไหลทวน แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “สหายอันหลินพูดเป็นเล่นไป นี่เป็นความผิดของข้า จะให้เจ้าชดใช้ได้อย่างไร”
อันหลินมองเจียงหย่าหนานอย่าง