ะดับความลึกซึ้งของมรรคแห่งกระบี่ทำให้ข้านับถือจริงๆ!”
“หามิได้ๆ สหายซูซิ่นพูดเกินไปแล้ว…” อันหลินโบกมืออย่างเขินอาย
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงโผล่เข้ามาในสมองของเขา ‘สหายอันหลิน ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวหน่อย’
เสียงนี้เป็นกระแสจิตของซูซิ่น ถูกส่งเข้ามาในสมองของเขา
อันหลินได้ยินดังนั้นก็กังวลในใจ ไม่เข้าใจว่ามีธุระอะไรต้องคุยกันอย่างลับๆ ล่อๆ แต่เขาก็พยักหน้า ส่งกระแสจิตตอบไปอยู่ดีว่า ‘สหายซูซิ่นว่ามาได้เลย’
‘สหายอันหลินค่อนข้างสนิทกับอวิ๋นเลอใช่หรือไม่ ในความทรงจำของข้า นางแทบจะไม่เคยปฏิสัมพันธ์กับชายแปลกหน้าอื่นเลย ยิ่งไม่มีทางพาเข้าวังด้วยตัวเอง’ เสียงราบเรียบของซูซิ่นดังขึ้นอีกครั้ง
อันหลินได้ยินก็ตกใจ
หรือซูซิ่นตั้งใจจะมาตักเตือนเขา
หรือว่า…นี่เป็นการไต่สวนของพี่ชาย
ชั่ววินาทีที่ใช้ความคิด เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ส่งกระแสตอบกลับอย่างซื่อตรงว่า ‘อืม ข้ากับนางถือว่าเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกันกระมัง’
เสียงของซูซิ่นดังขึ้นมาอีกครั้ง ‘แล้วเจ้าอยากจีบนางไหม’
อันหลินได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งโหยง
บัดซบ! ช่างเป็นคำถามที่เถรตรงเหลือเกิน อ้อมหน่อยไม่ได้เหรอ!
แน่นอนว่าเขาตอบตามจริงว่า ‘ไม่อยาก! ข้ากับนางเป็นแค่เพื่อนกัน!’
พวกหวงน้องสาวเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก หากว่าตอบ ‘อยากจีบ’ อันหลินคิดว่าตัวเองไม่ได้ออกจากวังชิงมู่แน่ อาจจะกลายเป็นก้อนโคลน หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งก็ได้
‘อืม…เจ้าจ