ท้แห่งกระบี่ของอันหลิน จึงสัมผัสได้ถึงอารมณ์แบบนี้ได้โดยตรง
แรงกดดันที่รวบรวมลมและเมฆในปฐพีไว้ที่กระบี่ ลักษณะอันอหังการประหนึ่งว่าข้าเป็นหนึ่งเดียวในธรณีเช่นนั้น ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เจียงหย่าหนานรู้แล้วว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาต้องเป็นอัจฉริยะแน่แท้
ไม่สิ…เป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของชั่วชีวิตนี้!
“ไปเลย!” มิติสั่นระริกเมื่อเจียงหย่าหนานกางแขน จากนั้นก็เริ่มแยกออกเป็นช่องว่างที่ดำทะมึน พลังงานแรกกำเนิดและไอทมิฬที่กลืนกินสรรพสิ่งก็บรรจบที่กระบี่ ทำให้กระบี่ส่องแสงสีดำสว่างไสว ราวกับจะดูดและเขมือบทุกสรรพสิ่ง
“กระบี่เล่มนี้ชื่อว่าอวสาน ขยี้มิติ ตัดกาลเวลาได้!” เจียงหย่าหนานถือกระบี่สีนิล ทำท่าเหมือนจะฟันอันหลิน
อันหลินเห็นดังนั้นกลับถลึงตา
ให้ตายสิ! ไหนบอกว่าให้เราลงมือก่อน ทำไมตอนนี้ยกกระบี่มาจะฟันเราเสียแล้วล่ะ
ใบหน้าของเจียงหย่าหนานขึงขัง ผมขาวพลิ้วไหวปลิวตามแรงลม ท่วงท่าเหนือชั้น แต่กลับคิดในใจว่า ‘พับผ่าสิ หากให้เจ้าลงมือก่อน ข้าก็จบเห่น่ะสิ!’
ด้วยเหตุนี้ เจียงหย่าหนานจึงถือกระบี่อวสานที่สาดแสงดำทมิฬพุ่งตัวไปหาอันหลิน
อันหลินเกิดความคิดบางอย่าง ตอนแรกตั้งใจจะกระโจนใส่เจียงหย่าหนาน คิดไม่ถึงว่าชายที่อยู่ด้านหลังจะพุ่งออกไปก่อน กระบี่สีขาวในมือประดุจแสงอันสูงส่งทำลายล้างไอแรกกำเนิด กลายเป็นสีสันเดียวในสายตาเขา!
ตูม!
การปะทะกันของความคิดระเบิดภายในพื้นที่ของผลึกหิน แผ่กระจายไป