รอบทิศทาง
เหล่าลูกศิษย์ราชนิกุลในลานประลองยุทธ์เห็นเพียงสีดำและขาวผสมปนเปบนหน้าจอเท่านั้น ไม่เห็นอย่างอื่นอีก พลังสองลูกกัดทึ้งกันปานเป็นสัตว์คลั่ง
ยามนี้ต่อให้เป็นคนโง่เขลาปานใด ก็เริ่มตระหนักได้แล้วว่า ชายที่ชื่ออันหลินคนนี้ มีจิตแห่งกระบี่ที่เหนือชั้นแน่นอน
แววตาของซูซิ่นเป็นประกาย เขาเคยเห็นการประชันจิตแห่งกระบี่ แต่ภาพแบบนี้เขาเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก บัดนี้จึงอดอุทานไม่ได้ว่า “สหายอันหลินมีพรสวรรค์ไร้จำกัด หาธรรมดาไม่”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นไม่พูดอะไร แต่ดวงตาคู่งามจ้องภาพที่ปรากฏบนผลึกหินไม่วางตา
แสงสว่างค่อยๆ มลายหายไป เผยให้เห็นร่างของทั้งสองคนบนจออีกครั้ง
ทั้งคู่หมดสภาพอย่างยิ่ง ต่างก็เต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ หน้าม่อยคอตก
“คุณพระ เทพเจียงบาดเจ็บหรือ!”
“นี่ไม่ใช่ประเด็น สำคัญที่อันหลินสู้กับเทพเจียงจนถึงขั้นนี้ได้”
“อัจฉริยะกระบี่คนใหม่จะถือกำเนิดแล้วหรือ”
ลูกศิษย์มากมายมองร่างบนผลึกหินอึ้งๆ ประหนึ่งเห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อ คราแรกพวกเขาคิดว่าเจียงหย่าหนานจะบดขยี้อันหลินได้อย่างง่ายดาย ดูจากตอนนี้แล้ว ไม่ใช่เช่นนั้นแต่อย่างใด
คนที่ตกใจที่สุดในตอนนี้คือ เจียงหย่าหนานที่ยังคงต่อสู้อยู่
เขาไม่คิดเลยว่าคนแปลกหน้าตรงข้ามที่เลือกส่งๆ มาเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนการสอน จะน่ากลัวถึงเพียงนี้
ไม่ได้การแล้ว สู้ต่อไปไม่ได้แล้ว…
เจียงหย่าหนานยกศีรษะที่โอหังขึ้น มีลมโชยพัดในพื้นที่อีกครั้ง ทำให้ผมขา