วสลวยเงางามของเขาปลิวสะบัด
เขามองอันหลินด้วยสายตาอ่อนโยน พูดเสียงนุ่มว่า “ชนะได้เพราะเจ้ายอมอ่อนข้อแท้ๆ!”
“หา” อันหลินงุนงง หมายความว่าอย่างไร จบแล้วเหรอ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอันหลิน เจียงหย่าหนานก็อึดอัดใจ พูดอย่างสบายๆ ต่อว่า
“ข้าคิดว่าเจ้าก็รู้ ต่อสู้เช่นนี้ต่อไปมันไร้ความหมาย”
“เจ้าแพ้แล้ว เพราะเมื่อครู่คงเป็นจิตแห่งกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าแล้วสินะ จำต้องยอมรับว่า เจ้าแข็งแกร่งมากจริงๆ ข้ายอมรับในตัวเจ้า!”
“แต่ข้ายังมีไม้ตาย ฉะนั้น พอเท่านี้เถอะ…”
ยังมีไม้ตายงั้นเหรอ
อันหลินได้ฟังก็ชะงักอีกครั้ง จากนั้นก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “บังเอิญนัก ข้าเองก็มีไม้ตายเช่นกัน มา เรามาสู้กันอีก!”
เจียงหย่าหนานเบิกตากว้าง ลมหายใจก็ถี่กระชั้นขึ้นมา ‘อะไรนะ…เขายังมีไม้ตายอีกหรือ!’
บังเอิญนักงั้นหรือ บังเอิญกับผีน่ะสิ!
“สหายอันหลิน แพ้ไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด ยอมรับอย่างเปิดเผยเถอะ กล้าเผชิญหน้ากับตัวเอง จึงจะเอาชนะตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง เจ้าเป็นคนแรกที่บีบคั้นข้าจนถึงจุดนี้ได้ แพ้อย่างไม่อายใครจริงๆ!” เจียงหย่าหนานยังคงวางมาดโดดเด่นกว่าใครดังเดิม
ทว่าเขากลับคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวในใจว่า ‘ให้ตายสิ ชมเจ้าถึงขนาดนี้แล้ว ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ รีบยอมแพ้เสีย!’
อันหลินพยักหน้าจริงจังอย่างยิ่ง “ขอบคุณที่สหายเจียงหย่าหนานยอมรับในตัวข้า เพียงแต่ว่าโอกาสหายาก ข้ายังมีกระบี่สุดท้ายที่อยากใช้ หากไม่ได