นเป็นนามธรรม สามารถปรากฏให้เห็นประจักษ์ และทำให้อานุภาพเพลงกระบี่ของเราเพิ่มพูนได้อีกด้วย!”
ในตอนนั้นเอง อันหลิน ซูเฉี่ยนอวิ๋นและซูซิ่นก็เดินมาด้วยกัน
การมาเยือนของราชนิกุลผู้สืบสายเลือดโดยตรง ดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายในลานประลองยุทธ์อย่างไร้ข้อกังขา
เจียงหย่าหนานก็สังเกตเห็นทั้งสามคนเช่นกัน เขากำลังมองหาคนมาเป็นคู่สาธิต ต้องมีตัวอย่างที่ตรงกันข้าม บัดนี้เมื่อเห็นอันหลินที่แปลกหน้า ความคิดก็ผุดขึ้นในใจ เอ่ยอย่างสบายๆ ว่า “ข้ามีผลึกหินประชันความคิด สามารถใส่ความคิดที่แท้จริงของคนลงไปในผลึกหิน เพื่อทำการประลองในขอบเขตของความคิด เช่นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงมรรคและแก่นแท้ของกระบี่ที่คนคนนั้นรู้ได้อย่างแม่นยำมากกว่า”
“ข้าเห็นว่าสหายท่านนี้งามสง่าเหนือธรรมดา เจ้าช่วยมาประลองกับข้าสักหน่อยดีหรือไม่” เจียงหย่าหนานผายมือเป็นท่าเชื้อเชิญอันหลิน
อันหลินที่ตั้งใจว่าจะมาเป็นผู้ชมเฉยๆ ในคราแรก เห็นอากัปกิริยาของเจียงหย่าหนานก็อดชะงัก ชี้ตัวเองไม่ได้ “ข้าหรือ”
ใบหน้าของเจียงหย่าหนานมีรอยยิ้มอบอุ่นดุจสายลมฤดูวสันต์ “ใช่แล้ว เจ้านั่นแหละ ไม่ต้องห่วง ต่อให้ความคิดถูกความคิดในผลึกหินทำลาย มันจะไม่ส่งผลอันตรายต่อเจ้าของร่างกาย แถมข้ายังให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเจ้าได้ตามความรู้ที่เจ้ามีด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหย่าหนาน เหล่านักเรียนของราชวงศ์ต่างก็จ้องอันหลินด้วยสายตาอิจฉา ได้รับคำแนะนำด้านมรรคและแก่น