องกระบี่ภายในผลึกหิน และฉายให้เห็นบนผลึกหิน!”
เมื่อเขาแนะนำไปแล้ว ลูกศิษย์ราชวงศ์ชิงมู่ที่อยู่ด้านล่างต่างก็อุทานกันไม่ขาดสาย หลายคนถึงขั้นว่าอยากลอง อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง
เขาพอใจกับปฏิกิริยาของมวลชนยิ่งนัก
ต้องรู้ว่าผลึกหินประชันความคิดเป็นอาวุธวิเศษขั้นสูง เป็นอาวุธวิเศษที่เขาพึงพอใจที่สุด หากไม่มีมัน มาตรฐานในการถ่ายทอดวิชาของเขาคงจะลดลงหลายระดับเลย
“เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถอะ” เจียงหย่าหนานพูดกับอันหลินอย่างเป็นมิตร
“ลูบผลึกหินแบบนี้ จากนั้นถ่ายทอดความคิดของตัวเองให้ผลึกหินหรือ” อันหลินพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
“ใช่แล้ว ประชันกันในผลึกหิน เทียบเท่ากับการต่อสู้ทางความคิดอย่างหนึ่ง ไม่มีอันตราย” เจียงหย่าหนานเห็นสีหน้าหวั่นวิตกของอันหลิน ก็อดปลอบใจด้วยความอบอุ่นอีกคราไม่ได้
สายลมโชยพัดผมขาวอันพลิ้วไหวของเจียงหย่าหนาน ทำให้เขาแลดูหล่อเหลาเกินมนุษย์ ราวกับเป็นเซียนกระบี่ไร้เทียมทานที่มีจิตใจงดงามและโดดเด่นยิ่งนัก
ฉากนี้ทำให้นักเรียนรอบข้างตะลึงงันทันที อุทานในใจว่า ไยโลกหล้าถึงได้มีบุรุษที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้
อันหลินวางมือลงบนผลึกหิน เขารู้สึกเหมือนโลกหมุนขึ้นมาชั่วขณะ สติก็ค่อยๆ เข้าสู่ความมืดมิด
เมื่อเขาได้สติอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองอยู่ภายในมิติที่ขาวโพลนแห่งหนึ่ง ตรงข้ามเขามีเจียงหย่าหนานที่ยืนตระหง่าน สง่าผ่าเผย
เจียงหย่าหนานสะพายกระบี่ไว้ด้านหลัง ท่าทางงดงามองอาจ พูดด้วยเสียงไพเราะว่