ค่าเต็มไปหมดเลย!” อันหลินมองวัตถุที่เต็มไปด้วยเนื้อสัมผัสของโลหะเหล่านี้ จนประกายในดวงตาแทบจะหลุดออกมาแล้ว
“ฮ่าๆ คำว่า ‘ของมีค่า’ ใช้ได้เหมาะสมนัก ข้าชอบ!” ชายวัยกลางคนสวมแว่น ใบหน้ามีตอหนวด ผมเผ้ารุงรังคนหนึ่งเดินมา เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
อันหลินมองชายวัยกลางคนคนนี้อึ้งๆ เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นคนใส่แว่นในแดนจิ่วโจว
อ้อ…ไม่สิ เซียนพสุธาเยว่อิ่งก็เคยใส่เหมือนกัน แต่นางใช้เป็นเครื่องประดับเฉยๆ
“เขานี่แหละศาสตราจารย์หยาง นักวิทยาศาสตร์แห่งราชวงศ์ชิงมู่เรา” ซูเฉี่ยนอวิ๋นแนะนำยิ้มๆ
อันหลินพยักหน้าอย่างนอบน้อม “สวัสดีขอรับ ข้าชื่ออันหลิน เป็นเพื่อนของซูเฉี่ยนอวิ๋น”
ศาตราจารย์หยางดันเลนส์แว่น แว่นสะท้อนแสงแห่งปัญญา ใบหน้าเผยรอยยิ้มมีเลศนัย “องค์หญิงอวิ๋นเล่อ เหมือนว่าเจ้าพาชายอื่นเดินเล่นเป็นครั้งแรกสินะ สนิทสนมกันไม่เบาเลย”
“อันหลินเป็นเพื่อนของข้า ข้า…ข้ากำลังทำหน้าที่ของเจ้าบ้านให้ดีที่สุด!” ซูเฉี่ยนอวิ๋นเป็นหญิงที่หน้าบาง ถูกหยอกเย้าเพียงเล็กน้อย ใบหน้างดงามก็เริ่มแดงก่ำขึ้นมา
ศาสตราจารย์หยางโบกมือส่งๆ “เรื่องนี้ข้าก็คร้านสนใจ อย่างไรเสียเทพธิดาฉางเอ๋อไม่โกรธก็พอ จริงสิ พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“อืม ข้าพาสหายอันหลินมาเยี่ยมชมสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีการบำเพ็ญเพียรอันก้าวล้ำน่ะ” เมื่อเปลี่ยนหัวข้อแล้ว ซูเฉี่ยนอวิ๋นก็สงบสติอารมณ์ลงเล็กน้อย จึงเอ่ยปากตอบ
ศาสตราจารย์หยางลูบคาง “เช่นนี้เองหรือ