อาเจ้าอัปลักษณ์ที่กำลังสัปหงกสะดุ้งตื่นทันที
เมื่อมันชะเง้อมอง ก็เห็นหัวของต้าไป๋ปักดิน กระแทกจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
ต้าไป๋นอนหงายท้องขาชี้ฟ้า ครวญครางไม่หยุด อันหลินก็กลิ้งตกลงมาบนพื้น ทรงตัวไม่อยู่
“พี่อัน…หัวข้าเจ็บจังเลย เจ้าขี่สุนัขอย่างไรกัน ทำเอาข้าหัว…หัวจุ่มดิน” ต้าไป๋อ้ำๆ อึ้งๆ พูดกระอึกกระอัก
อันหลินปล่อยหมัดใส่หัวสุนัขที่เปื้อนฝุ่นมอมแมม ตำหนิขำๆ ว่า “เจ้าหมา…โง่! ข้าบอกให้เจ้าลงจอดตรงนี้ แต่เจ้า…เจ้ากลับหมุนสามร้อยหกสิบองศาแล้วค่อยจอด ซ้ำยังเอาหัวลงเสียด้วย คิดว่าตัวเองเป็นสว่านหรือไง!”
ต้าไป๋ได้ยินก็ชะงัก จากนั้นก็คิดว่าตัวเองโง่เง่าจริงๆ จึงหัวเราะดังลั่น
อันหลินรู้สึกว่าสนุกมาก เลยหัวเราะตามไปด้วย
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขเนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา กอดไหล่เดินหัวเราะเข้าบ้านไป
จากนั้นอันหลินก็เห็นเจ้าอัปลักษณ์ที่อึ้งไปเล็กน้อย ตบไหล่ของมันด้วยความเสียดาย “เฮ้อ เจ้าอัปลักษณ์ ต้อง…ต้องขอโทษเจ้าจริงๆ สตรีของหอธารวสันต์มากฝีมืออย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียกเจ้าไปด้วย น่าเสียดาย…”
มุมปากของเจ้าอัปลักษณ์กระตุก “พี่อัน เจ้าควรจะไปลากตัวต้าไป๋กลับจากซ่องนางโลมไม่ใช่หรือ ทำไมถึงไปเที่ยวซ่องกับต้าไป๋ด้วยเล่า”
อันหลินย่นคิ้ว “การเที่ยวซ่องนางโลมของนักพรตจะเรียกว่าเที่ยวซ่องนางโลมได้อย่างไร พวกเราไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นเสียหน่อย ควรจะเรียกว่า…ชื่นชมความสุนทรี!”
ต้าไป๋ได้ฟังดวงตาก็ล