ญิงวัยกลางคนแต่งตัวฉูดฉาดยั่วยวนเขยิบเข้ามาใกล้อันหลินแล้วพูดเช่นนี้
“สิบหินวิญญาณพอไหม” อันหลินเอ่ยถาม
“โธ่คุณชาย ท่านเข้ามาฟังสาวๆ ขับร้อง บรรเลงพิณก่อนเถอะ” แม่เล้ากล่าวพลางยิ้มกริ่ม
“หนึ่งร้อยหินวิญญาณ” อันหลินพูดต่อ
สีหน้าของนางเปลี่ยนไป กระซิบว่า “ท่านต้องการผู้หญิงแบบไหน นอกจากดาวเด่นของเราแล้ว ที่เหลือได้ทั้งหมด”
เป็นอย่างที่คิด…ที่นี่แตกต่างจากหอบุปผาวายุที่เขาเคยไปก่อนหน้านี้ ที่นี่เป็นซ่องนางโลมจริงๆ…
“ข้าขอเข้าไปดูก่อนแล้วกัน” อันหลินพยักหน้าแล้วก้าวผ่านประตูเข้าไปข้างใน
หญิงคนนั้นมองออกว่าการแต่งกายและลักษณะของอันหลินล้วนไม่ธรรมดา จึงรีบตามหลังไปติดๆ แนะนำหญิงงามแก่เขา
ขณะเดียวกันในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง สุนัขสีขาวขนปุกปุยนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ กำลังดื่มสุราสรวลเสเฮฮากับเหล่าหญิงโฉมสะคราญ
“พี่ไป๋ ทำไมข้าได้ดื่มอีกแล้วล่ะ…” หญิงชุดมรกตหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง พูดอย่างเขินอาย
“ฮ่าๆ ๆ การละเล่นอย่างไรเล่า แพ้แล้วก็ต้องยอมรับ โฮ่ง!”
ต้าไป๋นั่นเอง ดวงตากลมโตสุกใสของมันจดจ้องหญิงชุดขาวไม่วางตา ลิ้นห้อย พูดจาระริกระรี้
ต้าไป๋มองจนขาสั่นระริก ใบหน้าตื่นเต้น อุ้งมือคู่นั้นยังลอบจู่โจมแผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้นกะทันหันอีกด้วย
“โอ๊ย พี่ไป๋ร้ายจริงๆ!” หญิงรูปร่างยวนตาโอดคราวญเสียงออดอ้อน
เมื่อต้าไป๋ได้ยินเสียงนี้ก็ฮึกเหิมใจยิ่งนัก “โฮ่ง! พวกเจ้าเล่นต่อ! เสี่ยวจื่อ อย่าหยุดบรรเลงเพลงนะ!”