าเสพสุขด้วยกัน!” ต้าไป๋กระโดดลงจากเก้าอี้ ใช้ขนขาวปุกปุยของมันถูไถตามตัวอันหลินอย่างประจบเอาใจ
มาเสพสุขด้วยกันงั้นเหรอ
อันหลินกุมขมับ ต้าไป๋ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่ามันทำอะไรผิดน่ะ
“ว่ามา! ทำไมเจ้าต้องมาที่นี่ด้วย!” อันหลินตวาดเสียงดัง
ดวงตากลมโตของต้าไป๋กะพริบปริบๆ มันพูดว่า “มาเที่ยวซ่องนางโลมอย่างไรเล่า”
อันหลินแน่นหน้าอก แกตอบเถรตรงขนาดนี้ จะให้ฉันตอบแกว่าอย่างไร…
เขาครุ่นคิดคู่หนึ่งแล้วตัดสินใจลองถามด้วยวิธีอื่น “บอกมา! ทำไมเจ้าถึงชอบผู้หญิง แต่ไม่ใช่สุนัขตัวเมีย”
ต้าไป๋ได้ยินก็หน้าขึ้นสี ก้มหน้าอย่างเอียงอายแล้วพูดว่า “หญิงสาวมีรูปโฉมหลากหลาย อรชรอ้อนแอ้น ผิวเนียนเกลี้ยงเกลา…สุนัขตัวเมียนอกจากขนดกแล้วมีอะไรดี เมื่อเทียบกันเช่นนี้ ข้าย่อมต้องเลือกมนุษย์อยู่แล้ว!”
พูดจบมันก็เหลือบมองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาพราวเสน่ห์
เมื่ออันหลินได้ฟังกลับหน้ามืด คำพูดของต้าไป๋ไม่มีปัญหา และเขาก็เห็นด้วยเช่นกัน
แต่ว่า…คำพูดนี้ออกมาจากปากต้าไป๋ นี่แหละที่เป็นปัญหาใหญ่น่ะ!
มันเป็นคำพูดที่สุนัขควรพูดหรือไง
ต้าไป๋คงไม่ใช่มนุษย์คนหนึ่งถือกำเนิดใหม่ สิงอยู่ร่างของมันหรอกนะ บางทีอาจเป็นวิญญาณของยอดฝีมือบางคน…ไม่สิ! ยอดฝีมือเสียสติไปแล้วเหรอถึงต้องสิงร่างสุนัขน่ะ…
ขณะที่อันหลินกำลังคิดฟุ้งซ่านนั้น ก็มีเสียงของสาวใช้ดังมาจากด้านนอก “ดาวเด่นหลานเยว่มาแล้ว”
จากนั้น หญิงที่มีท่วงท่าการเดินอันแช่มช้อยก็ผลักประต