กาลเวลาผันผ่าน
หนึ่งร้อยปีต่อมา ชื่อเสียงของเมิ่งจือและปิงฝูดังกระฉ่อนทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์
พวกเขาบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าติดต่อกัน กลายเป็นเจ้าแห่งวังที่อายุน้อยที่สุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ เป็นใหญ่ในอาณาเขตของตน
เมิ่งจือได้เป็นผู้สมัครเลือกตั้งเป็นสังฆราชินีสมใจหวัง
วันนี้ นางมายังวังบงกชมรกตด้วยความปลาบปลื้มเต็มอก แจ้งข่าวนี้แก่ปิงฝู
“ของเล่น ตอนนี้ข้ากลายเป็นผู้สมัครเลือกตั้งสังฆราชินีแล้ว เข้าใกล้ความฝันที่จะได้ทำทุกอย่างตามใจชอบอีกก้าวแล้ว!”
ยามนี้เมิ่งจือเติบโตเป็นหญิงสาวรูปร่างแช่มช้อย เมื่อนางเห็นร่างที่คุ้นเคย ความเคร่งขรึมและความเย็นชาบนใบหน้าก็มลายหายไปจนสิ้น เอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้มดุจสาวน้อย
ปิงฝูยังคงงดงามบอบบางเช่นเดิม เพียงแต่ว่ามีพลังมหาศาลและลุ่มลึกกว่าเดิมแล้ว
เมื่อเขาเห็นหญิงสาวตรงหน้า ก็ยื่นมือออกไปดีดหน้าผากขาวผ่องของนาง พูดยิ้มๆ ว่า “อย่าดีใจเร็วไปหน่อยเลย ผู้สมัครมีสามคนไม่ใช่หรือ หากว่าแพ้การเลือกตั้ง อย่าวิ่งมาร้องไห้ขี้มูกโป่งที่นี่ล่ะ”
เมิ่งจือย่นจมูก พูดอย่างฉุนเฉียวว่า “นี่…มีใครพูดกับเจ้านายอย่างเจ้าบ้าง รีบชมข้าเร็ว!”
ปิงฝู “…”
“นายหญิงช่างมีความสามารถ พรสวรรค์ไร้ผู้ใดเทียบ เป็นที่หนึ่งในหล้า…”
พอได้ยินคำชม เมิ่งจือก็ยิ้มบางๆ จดจ้องชายหนุ่มตรงหน้า ภายในดวงตาที่ปราศจากความน่าเกรงขาม ทอสีสันอันเย้ายวนใจ
ต้องมีสักวันที่ข้าจะได้นั่งบนบัลลังก์